อ่อ… มันก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์หินเพลิงแดงนั่น”
เสี่ยวหงได้ยินเช่นนี้ก็โกรธอย่างมาก “ข้าผู้นี้ เจ้ากล่าวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์หินบ้านั่นรึ ? เช่นนั้นเจ้าก็เบิกตาดูดี ๆ แล้วกัน ว่าข้าใช่คู่ต่อสู้ของเจ้านั่นหรือไม่”
“เพลิงเผาสวรรค์!” เปลวไฟสีแดงเข้มพุ่งออกไปล้อมรอบสัตว์หินเพลิงแดงในทันที
“โฮกกกก!” เปลวไฟของเสี่ยวหงน่ากลัวอย่างที่สุด และสามารถยับยั้งสัตว์หินเพลิงแดงนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เปลวไฟที่ร้อนแผดเผาของเกาะอัคคีนี้ มันคุ้นชินไปแล้ว แต่เปลวไฟที่รุนแรงของเสี่ยวหงนั้น มันไม่อาจต้านทานได้จนในที่สุดมันก็วิ่งหนีไป
ไป๋เหรินตะลึงลาน เบิกตากว้างด้วยความตกใจพลางจ้องมองไปที่เจ้าหมูน้อยสีแดงตัวนั้น “เจ้าตัวนี้มัน… มันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม!”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “ใช่แล้ว”
ไป๋เหรินตกใจจนเหงื่อไหลพราก โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ลงมือจัดการกับเจ้าเด็กหนุ่มมู่ซีผู้นี้ ถึงแม้ว่ามู่ซีจะไร้เดียงสาหลอกง่าย แต่หากเขาจะลงมือฆ่า มู่ซีต้องเรียกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามออกมารับมือ ซึ่งเขาไม่อาจสู้ได้อย่างแน่นอน
ในสายตาของเขาเวลานี้ เจ้าหนุ่มมู่ซีซ่อนตัวได้ลึกลับยิ่งนัก มิน่า… ถึงกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้
สัตว์หินเพลิงแดงถูกเสี่ยวหงจัดการไปแล้ว จากนั้นมู่เฉียนซีเก็บผลเก้าอัคคีมาได้อย่างง่ายดาย นางกล่าวถามขึ้น “ศิษย์พี่ไป๋เหริน ท่านอยากจะชิมสักลูกหรือไม่ ?”
มุมปาก