ของนางได้ นางจึงเดินแหวกผ่านไปแล้วพบเข้ากับประตูบานหนึ่ง หลังจากผลักประตูเปิดออก มู่เฉียนซีเห็นกระดูกสีขาวนั่งอยู่บนเก้าอี้สีดำตัวหนึ่ง
— จิ๊ด! —
มีเสียงประหลาดหูลอยออกมา แมลงกู่ตัวสีดำปีนออกมาจากดวงตาของโครงกระดูกโครงนั้น จากนั้นก็มีเสียงแก่ชราเสียงหนึ่งดังมาจากแมลงกู่ตัวนั้น “ในเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่ได้ เช่นนั้นเจ้าจะต้องต้านทานฤทธิ์ภาพมายาจากดอกไม้แห่งความโลภได้เป็นแน่ และเจ้าคงจะไม่เกรงกลัวต่อสิ่งมีพิษสิ่งใด เจ้ามีความรอบรู้เรื่องพิษร้ายและพรสวรรค์ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด”
แน่นอนว่าแมลงกู่ตัวนั้นไม่ได้กำลังสนทนากับนาง แต่เป็นผู้ที่ได้กลายเป็นโครงกระดูกสีขาวนั้นผู้นั้นต่างหากที่ได้เก็บเสียงและเก็บบางสิ่งไว้กับแมลงกู่ก่อนตาย
มู่เฉียนซี “ข้านั้นถนัดใช้พิษ จะเรียกว่าข้าชอบเล่นพิษก็ว่าได้ ทว่าข้าไม่ชอบเล่นแมลงเลยจริง ๆ” “แมลงพิษสามารถปกป้องตนเองได้ และยังสามารถช่วยคนได้ เจ้าถนัดในการใช้พิษ แล้วเหตุใดจึงรังเกียจแมลงพิษรึ ?”
“เพราะกว่าข้าจะมาถึงที่แห่งนี้ ข้าถูกแมลงทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และผู้ที่ใช้แมลงกู่ที่ข้าเคยพบเจอมา ล้วนแต่เอาไปทำร้ายผู้อื่นทั้งนั้น”
“เฮ้อ…” เสียงถอนหายใจดังออกมา “ช่างเป็นโชคร้ายของนิกายเสียจริง”
มู่เฉียนซีตะลึงงัน “นิกาย! ท่านเป็นคนของนิกายไป๋กู่หรือ ?”
เมื่อครั้งหนึ่งในทวีปเซี่ยโจว นิกายไป๋กู่เป็นที่นิยมไปทั่วหล้าทั่วแดน ได้ยินมาว่าทาง