างไปด้านบน พวกเจ้าขึ้นมาบนตัวข้า ข้าจะพาพวกเจ้าขึ้นไปเอง”
พวกมันรู้จักที่จะตอบแทนคุณที่ในตอนนั้นจักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้เคยช่วยพวกมันไว้
มู่เฉียนซียืนอยู่บนหลังของงูเหลือมหิมะอย่างสงบนิ่ง แต่เชียนอ้าวเซี่ยกลับเกาะไว้แน่น เขากล่าวเสียงสั่นว่า “เสี่ยวซีซี ขะ… ข้ากลัว”
คนทั่วไปหากต้องมายืนอยู่บนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม จะไม่กลัวได้อย่างไร ?
งูเหลือมหิมะรู้สึกจนปัญญาเสียจริง มนุษย์ผู้นี้จะเป็นลูกผู้ชายหน่อยไม่ได้เลยเชียวหรือ ?
หากไม่ใช่เพราะเขาถือกระบี่วิญญาณหิมะในมือ มันคงไม่เชื่อว่าบุรุษผู้นี้เป็นลูกหลานของจักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้จริง ๆ แน่
“เจ้ามายืนหรือไม่ก็นั่งดี ๆ ให้ไวเลย ไม่เช่นนั้นข้าจะไปแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“ไม่เอา” เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวทว่าเขาก็รีบปีนขึ้นไป
งูเหลือมหิมะเลื้อยไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อพาพวกเขาออกไป เพราะความเร็วที่จัดว่าเร็วมาก เชียนอ้าวเซี่ยจึงเกือบจะตกลงมาอยู่หลายครั้ง
มู่เฉียนซีได้ยินเสียงครวญครางของเขาตลอดทาง “เสี่ยวซีซี นี่มันเร็วมาก ข้ากลัวเหลือเกิน!”
“เสี่ยวซีซี อ๊าก! ช่วยด้วย”
“ฮือ! เสี่ยวซีซีเจ้าไม่สนใจข้าเลย”
เสียงเอะอะโวยวายนั่นทําให้งูเหลือมหิมะแทบอยากจะโยนบุรุษผู้นี้ลงไป เขาเสียงดังเกินไปจริง ๆ
หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกหลานของจักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้ มันคงกลืนกินลงท้องไปนานแล้ว
ในที่สุดพวกเขาก็ขึ้นมาถึงส่วนที่เป็นที่ราบ เชียนอ้าวเซี่ยถูก