กายไร้ประโยชน์เช่นนี้ไปตลอดชีวิตรึ ?”
เชียนอ้าวเซี่ย “ร่างกายไม่ได้เรื่องก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ เสี่ยวซีซี เจ้าจะปกป้องข้าใช่หรือไม่ ?”
“ข้าไม่ว่าง” มู่เฉียนซีตอบกลับทันควันพลันหันหน้าไป นางคร้านที่จะสนใจเจ้าคนลมปราณผิดปกติผู้นี้แล้ว และเริ่มเก็บไขกระดูกวิญญาณหิมะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากโดยแท้
เชียนอ้าวเซี่ยมองไขกระดูกหิมะสีขาว เขาบ่นพึมพำกับตนเอง “น่าเสียดายนัก มาเจอมันก็เมื่อสายเกินไปแล้ว”
เวลานี้ เขามองเห็นดวงตาที่ล้ำลึกคู่หนึ่ง สิ่งที่เขาแสดงมาทั้งหมดนั้น เหมือนกับได้ถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น
“ไปกันเถอะ! มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นหลังจากที่นางเก็บไขกระดูกวิญญาณหิมะเสร็จเรียบร้อย
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
อาวุธนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามา ทว่ากระบี่มังกรเพลิงได้ออกโรง กวาดผ่านอากาศไป
มู่เฉียนซีเอ่ยเรียก “อู๋ตี้ เสี่ยวหง…”
มู่เฉียนซีนางเข้ามาที่ด้านใน ทั้งอู๋ตี้และเสี่ยวหงหยุดสู้กับงูเหลือมนั้นเป็นการชั่วคราว และได้กลับไปอยู่ข้างกายผู้เป็นนาย
กลไกบางอย่างที่พุ่งเข้ามาได้ถูกกันไว้โดยพวกมันทั้งสองตัว เชียนอ้าวเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังของมู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เสี่ยวซีซี ข้านึกแล้วว่าเจ้าจะต้องปกป้องข้าเป็นอย่างดี”
พวกอู๋ตี้เวลานี้โกรธจนระเบิดเป็นเพลิงสูงสามจั้ง
อู๋ตี้กล่าวขึ้น “นายท่าน จัดการฆ่าเจ้าหน้าขาวนี่เสียเลยดีไหมเล่า ? ข้ารำคาญจะแย่”
เชียนอ้าวเซี่ย “ข้าไม่ใช่เจ้าหน้าขาวสักหน่อย แหม ทำมาว่าข้า เจ้า