ใกล้ตัวเจ้า แต่กลับให้บุรุษผู้นั้นมาอยู่ข้างกาย การลงโทษเช่นนี้จากข้ายังถือว่าเบานัก”
มู่เฉียนซีต่อรองอะไรไม่ได้อีกต่อไป นางมีความลำบากอยู่ในใจหลายประการ เจ้าเชียนอ้าวเซี่ยจอมน่ารำคาญนั่นทำให้ผู้อื่นได้รับเคราะห์ไม่เบา
เห็นได้ชัดว่าเยี่ยอ๋องกริ้วเสียแล้ว ทั้งยังหึงหวงอย่างปกปิดไม่มิด หลังจากที่เขามาเตือนมู่เฉียนซีเบา ๆ จึงได้ปล่อยนางไป
ในที่สุดเขาก็กล่าวขึ้นอย่างไม่เปิดช่องให้นางได้กล่าววาจาใดแทรกแลย “ซี… เจ้าห้ามไปชอบเจ้าหน้าขาวไร้ความสามารถนั่นเด็ดขาด”
มู่เฉียนซี “หากจะกล่าวถึงเพียงแค่เรื่องใบหน้า ข้าไม่มีทางถูกความงดงามของบุรุษผู้นั้นทำให้หลงไหลได้ จิ่วเยี่ย เจ้าช่างดูถูกความอดทนของข้าเสียจริงเชียว”
นัยน์ตาของจิ่วเยี่ยเริ่มลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ “เช่นนั้น ข้าในสายตาเจ้า ?”
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าดีกว่าอย่างแน่นอน”
“ในเมื่อข้านั้นดีกว่า เช่นนั้นซีจะชอบ…” จิ่วเยี่ยยังกล่าวไม่ทันจบคำ ก็มีเสียงที่แฝงความเจ้าชู้เสียงหนึ่งลอยมา
“เสี่ยวซีซี… ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบเสียที เจ้ามีอันตรายอะไรหรือไม่ ?”
จู่ ๆ ชายผิวกายขาวราวหิมะเข้ามาขัดจังหวะทั้งสอง จิ่วเยี่ยอยากจะเปลี่ยนทุกส่วนทุกระเบียดนิ้วบนร่างของเขาให้กลายเป็นผงกระดูกสีขาว แต่ทว่าเขานั้นไม่อยากไปแทรกแซงการใช้ชีวิตและการฝึกฝนของมู่เฉียนซี จิ่วเยี่ยจึงได้หายตัวไป
เงาร่างที่ส่องประกายเฉิดฉายดุจหิมะและดวงจันทร์พุ่งเข้าหาม