เอาไว้และกล่าวออกมาอย่างหวาดกลัว “คราวนี้ข้ากับเจ้า เราตายแน่!”
ทว่าเสียงที่บ้าคลั่งเสียงหนึ่งลอยมา “เพลิงเผาสวรรค์!”
บนแดนหิมะที่เย็นยะเยือก มีเปลวเพลิงสีแดงพุ่งออกมาห่อหุ้มร่างของตัวประหลาดขนขาวนั้นเอาไว้
“โฮก! โฮก! โฮก!” ตัวประหลาดขนขาวร้องโหยหวน มันดิ้นรนท่ามกลางเปลวเพลิง
มู่เฉียนซีคว้ามือที่เย็นยะเยือกด้านหลังของเขาเอาไว้ เมื่อพลิกร่างหนึ่งครา นางก็สามารถคุมเชียนอ้าวเซี่ยไว้ได้ เชียนอ้าวเซี่ยขมวดคิ้ว กล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “เจ็บ! เสี่ยวซีซี ข้าเจ็บมาก…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อเจ้ากลัวเจ็บ เหตุใดถึงวางแผนที่จะทุบให้ข้าสลบไปรึ ?”
นางนั้นมีความรู้สึกที่รวดเร็วต่ออันตรายรอบกาย ในตอนหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น เจ้าบุรุษน่ารำคาญผู้นี้ลอบไปที่ด้านหลังของนาง หมายจะทุบนางให้สลบไป เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวอย่างงุนงง “เสี่ยวซีซีเจ้ากําลังพูดอะไร ? เซี่ยไม่เข้าใจ”
นิ้วเรียวของนางแตะลงบนคอของเชียนอ้าวเซี่ย น้ำเสียงของนางเย็นยะเยือกอย่างหาที่เปรียบมิได้ “เจ้าอย่าแกล้งโง่งมไปหน่อยเลย ข้าไม่รู้ว่าเจ้าต้องการที่จะซ่อนเร้นอะไรไว้ แต่ข้าไม่เชื่อว่าเมื่อจวนจะตายอยู่รอมร่อแล้ว เจ้าจะไร้ซึ่งความโมโห”
“อึก…” เชียนอ้าวเซี่ยหายใจอย่างลำบากเป็นที่สุด ทว่าเขาในสภาพที่รอถูกผู้อื่นเชือดทิ้งนั้น ไม่ได้มีท่าทีว่าจะตอบโต้แต่อย่างใด
มู่เฉียนซีเป็นหมอยา นางจึงสามารถควบคุมกำลังของตนเองได้ดี เมื่อเห็นว่าเชี