รังแกสตรี ?”
อิ๋นซวงซวงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนแทบจะเป็นลมล้มลง เหตุใดบุรุษชุดขาวตรงหน้านางถึงได้น่ารังเกียจเช่นนี้
มู่เฉียนซี “พอเถอะ พวกเจ้าเงียบปากกันเสียให้หมด นี่องค์หญิง หากเจ้าอยากได้หกกลีบ เจ้าก็มาสู้กับข้า หากเจ้าเอาชนะข้าได้ข้าจะให้เจ้า”
กล่าวเช่นนั้นไปแล้ว กระบี่มังกรเพลิงถูกชักออกมาจากฝัก พลันคมกระบี่ก็พุ่งเข้าไปประชิดที่คอของอิ๋นซวงซวงอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าเวลานี้มู่เฉียนซีจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของกระบี่มังกรเพลิง…มากเกินไป! …ไม่อร่อย!
เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มพลางกล่าว “เสี่ยวซีซีมีพลังและเกรี้ยวกราดอย่างน่าชื่นชมยิ่งนัก เจ้าบอกจะลงมือก็ลงมือทันที ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ตัดคอนางไปก็สิ้นเรื่อง ตัดเลย ตัดเลย!”
องครักษ์ของอิ๋นซวงซวงเห็นเช่นนี้ต่างก็ตกใจจนเหงื่อไหลพราก “แม่นางอย่าวู่วามไปเลย องค์หญิงของพวกข้ายังเยาว์ ที่ทำไปก็เป็นเพราะไม่รู้ความ”
ถึงแม้ว่าอิ๋นซวงซวงจะเป็นถึงอัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของแคว้นอิ๋นเหยียน และเดิมทีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่เฉียนซี แต่ดวงตาของนางตอนนี้กลับมีประกายแสงเย็นวาบปรากฏขึ้นมา
“อยากสู้ข้าก็จะสู้ เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้ามากนักรึ ? หากข้าแพ้ สองกลีบของข้าก็จะให้เจ้า ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เจ้า แต่ถ้าหากว่าเจ้าแพ้ ไม่เพียงแต่เจ้าจะเสียหกกลีบ แต่เจ้าต้องมาเป็นข้ารับใช้ของข้าด้วย”
มู่เฉียนซียิ้มขี้เล่น “ได้ ข้าเสนอนี้ของเจ้าไม่เลวเลย”
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าอิ