”
มู่เฉียนซีกําลังเดินอยู่บนหิมะ แต่เดิมนางเหยียบก้าวเดินไปบนหิมะได้อย่างไร้รอยเท้า แต่เมื่อได้ยินคํากล่าวเหล่านี้ของเชียนอ้าวเซี่ย นางก็เหยียบลงบนหิมะจนบุ๋มเป็นรอยเท้า
มู่เฉียนซีหันกลับไปมองเชียนอ้าวเซี่ยด้วยดวงตาดําสนิทอันไร้อารมณ์ มุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อย “ตอบแทนด้วยกายและใจ เจ้าไม่มีความสามารถเลย คิดที่จะมาตอบแทนข้าด้วยกายและใจ แม้จะมาเป็นผู้ช่วยหลอมปรุงยาของข้า ข้าก็รู้สึกว่ายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ”
หัวใจของเชียนอ้าวเซี่ยสั่นสะท้าน ดวงตาของเขาทาบทาความมืดครึ้ม มองร่างสีม่วงที่กำลังจากไปนั้น
“คุณชาย…” เมื่อเห็นคุณชายผิดหวังเช่นนี้ สำหรับพวกเขาที่เป็นเหล่าองครักษ์ก็เป็นกังวลใจยิ่งนัก
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวตัดพ้อกับตนเองว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะถูกเกลียดชังเสียแล้ว”
“จะเป็นไปได้อย่างไรขอรับ ? คุณชายนั้นใครพบใครเจอก็รัก เดินผ่านดอกไม้ดอกไม้ก็เบิกบาน จะไปถูกผู้อื่นเกลียดชังได้อย่างไรเล่าขอรับ”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวด้วยท่าทางคับข้องใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ “แม่นางคนงามรังเกียจความอ่อนแอของข้า”
เหล่าองครักษ์จนปัญญาที่จะปลอบโยนแล้ว ใครใช้ให้คุณชายของพวกเขามีชีพจรไม่ปกติแต่กำเนิดเล่า ชาตินี้ทั้งชาติจึงไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ พวกเขาช่วยกันกล่าวปลอบโยน “ไม่เป็นไรนะขอรับ ไหน ๆ แม่นางผู้นั้นก็เก่งกาจถึงเพียงนั้น บุรุษของนางจะอ่อนแอก็ไม่เห็นเป็นไร ขอแค่เพียง ‘ความสามารถในด้านนั้น’ ไม่อ่อนแอก็พอแล