นถึงคุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียนก็ไม่มีทางกล้าทำเรื่องเช่นนี้แน่เมื่อได้ยินเจ้าเมืองถามถึงมู่ซี หลางเทียนรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที “ท่านเจ้าเมือง เด็กนั่นก็เป็นแค่ปรมาจารย์ภูตกระจอก ๆ คนหนึ่ง ไม่มาก็ช่างเขาปะไร ท่านเจ้าเมืองจะให้พวกเราหลายคนรอเขาคนเดียวเช่นนั้นรึ ?”ฮุยหลางรีบกล่าวสำทับ “ใช่! เขาเป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีค่าพอให้กล่าวถึงเสียด้วยซ้ำ”เวลานี้นักผจญภัยอิสระต่างก็พากันโกรธกรุ่น “หากพวกเจ้าไม่อยากรอก็ไสหัวออกไปซะ ถึงอย่างไรพวกข้าก็จะรอเขา”“งานเลี้ยงนี้ท่านเจ้าเมืองเป็นคนจัดขึ้น มิใช่พวกเจ้าเป็นคนจัด เจ้าเป็นเพียงแขกกลับเจ้ากี้เจ้าการเสียเอง ท่านเจ้าเมือง คนพวกนี้ทำเรื่องมิควร ต้องไล่ออกไปนะขอรับ” หลางเทียนกล่าวยุเพียงเวลาไม่นาน ทั้งสองฝั่งก็กลายเป็นน้ำกับไฟที่ไม่ลงรอยกัน…ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ตื่นขึ้นมา เมื่อนางมองดูท้องฟ้าด้านนอกก็พบว่าท้องฟ้าได้มืดลงแล้วเมื่อเถ้าแก่เห็นว่ามู่เฉียนซีออกมาจากห้อง เขาบอกกับนางว่า “เจ้าหนุ่ม นี่เป็นจดหมายเชิญที่ท่านเจ้าเมืองส่งมาให้เจ้า”มู่เฉียนซีเปิดดูจดหมายและพึมพำกับตัวเอง “คืนนี้ โอ้! ข้าสายแล้ว…”เถ้าแก่ “ถึงจะสายแต่ก็ต้องไปจวนเจ้าเมือง ถึงอย่างไรเรื่องของบุรุษชุดดำเป่าขลุ่ยผู้นั้นก็ต้องไปถามเบาะแสจากเจ้าเมืองสักหน่อยก็ดี ถามดูว่าเมืองฉู่ได้ไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือไม่ จึงทำให้คนผู้นั้นควบคุมสัตว์วิญญาณมาโจมตีเมืองฉู่เช่นนี้ได้”มู่เ