ข้าขอตัวไปคุยกับท่านเจ้าเมืองสักครู่ พวกท่านสนทนาพาทีกันไปก่อนเถิด”“เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเจ้าทำให้เจ้าหนุ่มมู่ซีตกใจแล้ว”“เจ้าหนุ่มนั่นดูเป็นผู้ใหญ่อย่างมาก พวกเจ้าเล่นพิเรนท์อะไรจึงไปให้เขาดื่มมากเช่นนั้น เห็นหรือไม่ว่าเขาตกใจจนหนีไปแล้ว”“เฮ้อ…”…เมื่อท่านเจ้าเมืองเห็นว่ามู่ซีมีเรื่องจะสนทนาด้วย ทั้งสองก็เข้าไปคุยกันในห้องตำรามู่เฉียนซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า… “ท่านเจ้าเมือง เมืองฉู่เคยมีเรื่องผิดใจอันใดกับใครหรือไม่ ? การที่สัตว์วิญญาณมาอาละวาดที่เมืองฉู่ในครานี้ ไม่ได้มาจากตัวสัตว์วิญญาณเอง แต่เป็นเพราะมีคนอยู่เบื้องหลัง เขาควบคุมสัตว์วิญญาณเหล่านี้ให้มาโจมตีเมืองฉู่”ใบหน้าของท่านเจ้าเมืองซีดเผือดในทันใด เขาตระหนกตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน “เจ้าว่าอย่างไรนะ ?! มีคนควบคุมสัตว์วิญญาณอย่างนั้นรึ ?”หลังจากที่เจ้าหนุ่มมู่ซีได้เข้าไปในเทือกเขาชีชงไม่นาน สัตว์วิญญาณที่ออกมาก่อความวุ่นวายนั้นก็ได้ถอยทัพกลับเข้าไปในป่าอย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก ท่านเจ้าเมืองคิดว่าการที่สัตว์วิญญาณเหล่านี้ถอยทัพออกไปต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าหนุ่มมู่ซีเป็นแน่แท้ แต่เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะลึกลับซับซ้อนไปกว่านั้น.
เขาเป็นเพียงปรมาจารย์ภูต วานนี้เขาได้ช่วยปกป้องเมืองฉู่เอาไว้ อีกทั้งยังต่อสู้กับผู้ลึกลับที่บงการสัตว์ผู้นั้น เขาคงจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและเสียพลังไปมาก เวลานี้จึงยังไม่ตื่นขึ้นมา
แต่เถ้าแก่ไม่รู้เลยว่าตั้