หตุใดเจ้าถึงต้องช่วยเด็กสตรีผู้นี้ แต่หากตอนนี้เจ้าร่วมมือกับข้าจัดการกับนาง ข้ายินดีช่วยเหลือเจ้าทุกอย่างทุกประการ และสำนักอวิ๋นเยียนของพวกข้าก็จะสนับสนุนให้สำนักเจ้าเป็นสำนักระดับหนึ่งในเซี่ยโจวให้ได้”
ผู้อาวุโสรู้ดีว่าการต่อสู้เช่นนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อเขาเลย ดังนั้นเขาจึงหลอกล่อเหยื่อเพื่อให้เจ้าสำนักซวนปิงมาเป็นพรรคพวกเดียวกัน
เจ้าสำนักซวนปิงลอบคิดว่าหากรอให้เด็กสาวผู้นี้จัดการกับผู้อาวุโสของสำนักอวิ๋นเยียนสำเร็จ ต่อไปนางก็จะต้องลงมือสังหารเขาอย่างเลือดเย็นแน่นอน
หากร่วมมือกับผู้อาวุโสสำนักอวิ๋นเยียนเขาอาจจะมีโอกาสรอดก็เป็นได้ เขาไม่เชื่อคำพูดของเจ้าเด็กสตรีโอหังนั่น สำนักอวิ๋นเยียนต้องมียาแก้พิษให้เขาเป็นแน่
ทันใดนั้นเอง ผู้เฒ่าทั้งสองต่างก็ตกที่นั่งลำบาก สุดท้ายร่วมมือกันพุ่งเข้าใส่มู่เฉียนซี
ผู้อาวุโสแห่งสำนักอวิ๋นเยียนเห็นว่าเจ้าสำนักซวนปิงแปรเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายเดียวกับตน เขารีบกล่าวอย่างดุร้ายในทันใด “เจ้าเด็กน้อยเอ๋ย ฮ่า ๆ ๆ ตัวคนเดียวแล้วเจ้าเห็นไหม ? เจ้าคิดจะแย่งสมุนไพรวิญญาณระดับปฐพีไปจากข้า รอชาติหน้าเถอะ!”
เจ้าสำนักซวนปิง “เจ้าเด็กบัดซบ! เจ้าคิดว่าเจ้าจะควบคุมข้าได้ด้วยพิษรึ ? ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก!”
เมื่ออู๋ตี้และเสี่ยวหงเห็นตาเฒ่าหัวหงอกทั้งสองรุมมู่เฉียนซี ทั้งสองก็ร้อนรนเป็นอย่างมาก
ร่างที่น่ารักและงดงามของอู๋ตี๋พลันทะยานขึ้นสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด อู๋ตี๋ตะโกนอย่างโ