าในเมื่อพวกเราได้บังเอิญมาเจอกันเช่นนี้แล้ว ข้าจึงอยากจะขอให้ท่านเจ้าสำนักซวนปิงช่วยอะไรข้าสักหน่อย”
ความสามารถของเจ้าสำนักซวนปิงนั้นถือได้ว่ามีมาก เขาแข็งแกร่งกว่าฮั่วอู๋จี๋ หากนางได้คนมาช่วยเพิ่มอีกคนก็ไม่เลว
เจ้าสำนักซวนปิงกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “มู่เฉียนซี ข้ากับเจ้านั้นไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย ข้าไม่อยากที่จะช่วยเจ้า” “ไม่อยากที่จะช่วย อา… เรื่องนี้ไม่ต้องให้ถึงมือข้า เสี่ยวหง อู๋ตี้!”
— ตูม! ตูม! —
เมื่อถูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองตัวที่พุ่งออกมาอย่างกะทันหันโจมตี สำหรับเจ้าสำนักซวนปิงแล้ว นี่มิใช่ประสบการณ์ที่ดีเลย ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาสบายใจขึ้นมาบ้างคือเวลานี้ผู้อารักขาในชุดเขียวที่ดูแข็งทื่อผู้นั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย
เจ้าสำนักซวนปิงถูกเสี่ยวหงตรึงร่างเอาไว้ ในเวลานี้เอง อีซือได้โอกาสกระโดดออกมาพร้อมตะเบ็งตะโกนเสียงดัง “มู่เฉียนซี เจ้าจงไปตายเสียเถอะ!”
กระบี่น้ำแข็งส่งเสียงหวีดหวิวขณะพุ่งเข้ามา มู่เฉียนซีไม่รอช้า ยกกระบี่มังกรเพลิงมาปัดป้องการโจมตีของอีซือ
— ปัง! —
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
ในขณะที่ใช้กระบี่มังกรเพลิงโจมตีไปที่อีซือนั้น เข็มยาของมู่เฉียนซีก็ได้ถูกปล่อยออกมาสองถึงสามเข็มต่อเนื่องกัน
มู่เฉียนซีแค่นเสียงเย็นชา “เจ้าสตรีขี้แพ้ เจ้ายังกล้ามารนหาที่ตายอีกรึ ?!”
อีซือกัดฟันแน่น กล่าวว่า “ถ้าหากว่าเจ้าไม่ใช้พิษละก็ ข้าไม่แพ้ให้แก่สตรีเศษสวะชอบใช้วิธีสกปรกอย่