นหมด และร่างที่งดงามอย่างสมบูรณ์แบบก็ปรากฏต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซี
เมื่อเห็นภาพเรือนร่างอันงดงาม พิษในร่างของมู่เฉียนซีเสมือนถูกกระตุ้น มันกำเริบขึ้น นางรู้สึกมึนงง ไม่เป็นตัวของตัวเอง
— ตูม! —
ต่อมาพฤติกรรมของมู่เฉียนซีนั้นแปลกไป นางไม่ได้ทำตามที่สมองนางบงการเลย
— ตุบ! —
นางพรวดเข้าไปจู่โจมจิ่วเยี่ย กดทับดันร่างของเขาไปข้าง ๆ สระน้ำอันเย็นยะเยือกนั้นและกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “เยี่ยอ๋อง ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว”
จิ่วเยี่ยเหยียดแขนออกไปเพื่อให้มู่เฉียนซีกอดได้อย่างเต็มที่ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ซี… เอาเลย ทำให้ข้าดูว่าทำเช่นไรถึงเรียกว่าไม่เกรงใจ”
ด้วยความรู้สึกนี้ ทำให้นางเห็นว่าดวงตาสีฟ้าอันแสนเย็นชาคู่นั้นแอบแฝงไปด้วยความยั่วยุ
มู่เฉียนซียื่นมือไปเล่นกับเส้นผมสีดำนุ่มราวเส้นไหมของเขา ยั่วยุนักใช่หรือไม่ ? ได้!
ใครกลัวใครกันแน่!
— แควก! —
เสื้อผ้าทั้งหมดบนร่างของจิ่วเยี่ยถูกมู่เฉียนซีฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
ด้วยวิธีการเล้าโลมในแบบของมนุษย์ จิ่วเยี่ยเอานิ้วมือลูบไล้ร่างกายเพรียวบางของมู่เฉียนซีเบา ๆ เสื้อผ้าของนางถูกถอดออกทีละชิ้น ๆ จนเหลือเพียงร่างเปล่าเปลือย
ภายในชั่วพริบตา เส้นผมยาว ๆ สามพันเส้นนั้นก็ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผิวขาวดั่งหยก ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกเสียวซ่านแปลกพิลึก
แสงจันทร์สาดทอลงมา แต่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าใบหน้าที่งดงามของนางนั้นน่าหลงใหลกว่าแสงจันทร์เสียอีก
จิ่วเยี่ยท