กพอที่จะรับมู่ซีเป็นลูกศิษย์
เจ้าหนุ่มนั่นมันวิปริตเกินไปแล้ว!
“ฮ่า ๆ ๆ!” ตานคุนหัวเราะออกมาอย่างภูมิใจ“ตานซิง เย่าเก๋อ ดูเหมือนว่าผู้ที่ชนะการแข่งขันระหว่างสามสำนักโอสถใหญ่ในครั้งนี้จะเป็นพวกเราสำนักตานจี้”
โดยปกติแล้ว ทุกครั้งที่จัดงานแลกเปลี่ยน พวกเขาสำนักตานจี้นั้นมักจะรั้งท้ายเสมอ
นี่เป็นครั้งแรกที่สำนักตานจี้ของพวกเขาได้อันดับหนึ่ง ตานคุนจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ?!
เมื่อเห็นตานคุนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ใบหน้าของหัวหน้าสํานักทั้งสองก็ดําคล้ำเสียยิ่งกว่าก้นหม้อ
ตานคุนแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้น “ในเมื่อพวกเจ้าแพ้ เช่นนั้นเรื่องที่พวกเจ้ารับปาก…”
หัวใจของเจ้าสํานักทั้งสองรู้สึกไม่ดีนัก “เจ้า… พวกเจ้า…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า… “หัวหน้าสํานักโอสถทั้งสองคงจะไม่ผิดคำพูดหรอกใช่หรือไม่ ?”
นักปรุงยาเวินเหริน “การเดิมพันในครั้งนี้ข้ารู้เห็นอยู่ตลอด หากสำนักตานซินและสำนักเย่าอู๋กลับคำจะทําให้ข้าผิดหวังอย่างมาก”
ตานซิงใบหน้าเผือดซีด โทสะแล่นเข้าจุกอกเขาเสียจนหายใจเข้าไม่เต็มปอด เขากล่าวเสียงต่ำ “อภัยได้ก็อภัยไปเถิด เรื่องนี้สามารถยืดเวลาสักระยะหนึ่งได้หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีรีบกล่าวขึ้น “หากผู้แพ้เป็นสำนักตานจี้ ข้าฉงนสงสัยนักว่าเจ้าจะยังกล่าวว่าอภัยได้ก็อภัยไปเช่นนี้อีกหรือไม่ ข้าเกรงว่าสำนักตานจี้คงจะต้องรีบมอบใบสูตรยาทั้งหมดให้กับเจ้าในทันทีกระมัง ?”
“แต่ว่า…”
สิ่งที่พวกเขาต้