ป๋จื้อเฉิงลืมตาขึ้น!
“พรวด!”
ไป๋จื้อหลินโกรธจนกระอักเลือด “เจ้า… เจ้า… มู่เฉียนซีเจ้าโกหกข้า… เจ้า…”
มู่เฉียนซีไม่สนใจ นางมองไปที่ไป๋กั๋วกงและกล่าวอย่างจริงจัง “ไป๋กั๋วกง ท่านอย่าได้ให้อภัยกับเรื่องนี้เลย”
ไป๋กั๋วกงทอดถอนใจ “วันนี้ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ผู้นําตระกูลมู่ พวกข้าติดหนี้คนของหอหมอปีศาจและคนของตระกูลมู่อย่างมาก”
มู่เฉียนซี “ในเมื่อติดหนี้มากก็ค่อย ๆ คืนมาเถอะ อย่างไรเสียหอหมอปีศาจของพวกข้าก็ยังต้องอยู่ในแคว้นชิงอีกนาน”
ในที่สุดไป๋จื้อหลินก็สูญเสียทุกอย่าง เขาถูกลบออกจากลําดับวงศ์ตระกูล ไม่พอ ยังถูกขับไล่ออกจากจวนกั๋วกงอย่างถาวร
……
“มู่ซี มู่ซี…”
ทุก ๆ วัน น่าหลานอวี้จะมาที่หอหมอปีศาจและเรียกมู่ซีด้วยน้ำเสียงโหยหาแววตาลึกซึ้ง
มู่เฉียนซีรู้สึกจนปัญญานัก ในความเป็นจริงนางอยู่ตรงหน้าเขา เพียงแต่เขาไม่สามารถรู้ได้ว่านางคือมู่ซี มู่ซีคือนาง
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “วันนี้เจ้ามาทําอะไรที่นี่อีก ?”
น่าหลานอวี้ “มู่เฉียนซี มู่ซีออกมาไม่ได้จริง ๆ หรือ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจริงจัง “การปรุงยาเป็นงานที่ละเอียดอ่อน มันมิใช่งานที่จะสามารถเลิกกลางคันได้ มิเช่นนั้นความสําเร็จของการทดลองในเดือนนั้นทั้งหมดจะพังพินาศเจ้าเข้าใจหรือไม่ ?” น่าหลานอวี้พึมพํา “เช่นนั้นก็น่าเสียดาย…”
“อะไรน่าเสียดายรึ ?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
น่าหลานอวี้กล่าวตอบ “เมืองลับที่ชายแดนระหว่างแคว้นชิงและแคว้นชวนจะจัดงานซ