ื้อขายครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น หากโชคดีก็จะเจอของดี ๆ มู่ซีเป็นนักปรุงยา ถ้าหากเขาไปก็คงจะสามารถหาสมุนไพรวิญญาณที่เขาชอบได้…
…แต่เขากําลังเก็บตัวอยู่ในตอนนี้ เกรงว่า…”
มู่เฉียนซีรีบกล่าว “จริงอยู่ที่เขาไปไม่ได้ แต่ข้าไปได้ สิ่งที่มู่ซีทำได้ข้าก็ทำได้”
น่าหลานอวี้ “ข้าพาเจ้าไปได้ แต่เมื่อไปแล้วเจ้าต้องไม่ซื้อของที่เจ้าชอบ แต่จะต้องนําของที่มู่ซีชอบกลับมาให้มู่ซี”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “แน่นอน เขาจะต้องชอบของที่ข้าซื้อ เจ้าวางใจเถอะ”
“เช่นนั้นก็ตามนี้ พรุ่งนี้ข้าจะมารับเจ้าตกลงหรือไม่ ?”
“ตกลง”
…
วันถัดมา เมื่อน่าหลานอวี้มาถึงและเห็นเด็กหนุ่มผู้สง่างามผู้นั้นก็นิ่งอึ้งไปอย่างสิ้นเชิง เขานึกว่าตนเองได้เห็นมู่ซีแล้ว
ทว่าเพียงหนึ่งเปลือกตากะพริบ ใบหน้าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงปรากฏแก่สายตา ทําให้เขารู้สึกตัวขึ้น
น่าหลานอวี้กล่าวขึ้นว่า “มู่เฉียนซีเจ้าแต่งกายเป็นบุรุษก็เพียงพอแล้วมิใช่รึ ? จะใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ของมู่ซีออกมาเช่นนี้ทำไมกัน ? เจ้าเกือบทําให้ข้าจําคนผิดแล้ว”
มู่เฉียนซี “ข้ารู้สึกว่าการสวมอาภรณ์บุรุษนั้นสะดวกกว่า ข้าหยิบมาเพียงชุดเดียวเท่านั้นและเปลี่ยนมัน เจ้าดูตกใจมาก”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าหยิบมาเพียงชุดเดียว นี่คืออาภรณ์ของมู่ซีชัด ๆ ข้าเคยเห็นมาก่อน”
สําหรับความสัมพันธ์อันสนิทสนมที่ทั้งสองคนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ร่วมกันได้ ช่างทำให้หัวใจของน่าหลา