าย แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร ? ฮ่า ๆ ๆ โง่จริง ๆ”
“หากเจ้าไม่ขายแล้วหนีเอาตัวรอดไปหลบที่จวนกั๋วกงก็สิ้นเรื่อง แต่เจ้ากลับกล้าออกมานอกเมือง สมน้ำหน้าเจ้าแล้วที่โดนดักปล้นเช่นนี้”
คนพวกนี้ไม่เพียงแต่มาปล้น ยังดูหมิ่นดูแคลนความฉลาดของมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีมุมปากกระตุกเล็กน้อยพลางลอบคิดในใจ ‘เหอะ! ตัวพวกเจ้าเองน่าภูมิใจมากแล้วหรือไร ? ผู้ใดกันแน่ที่ไร้สมองเดี๋ยวได้รู้กัน’
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้าใคร่อยากจะได้ไปครอง มาเอาไปได้เลย”
เอาอีกแล้ว นางล่อปลาให้ติดเบ็ดได้อีกคราแล้ว
สิงโตอัคคีถูกเลี้ยงอย่างเกียจคร้านอยู่ในกรงสัตว์อสูร สตรีผู้นี้เอาตัวมันเป็นเหยื่อเพื่อหลอกล่อเหล่าบรรดาคนโง่งมเหล่านี้ให้มาติดกับ มันรู้สึกจนปัญญากับสตรีนางนี้ยิ่งนัก
เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่องเช่นนี้แล้วก็อดใจรอไม่ไหว รีบพุ่งพรวดเข้าไปเอาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทันที
พวกเขาล้อมรอบสิงโตอัคคีเอาไว้ หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าใช่ พวกเขาจึงกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “แม่สาวน้อย ต่อไปเจ้าก็รู้จักฉลาดกว่านี้สักหน่อยนะ คราวหน้าจะได้ปกป้องสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ได้”
“แต่ข้าว่าคนที่ต้องเรียนรู้ความฉลาดคงจะเป็นพวกเจ้ามากกว่า ในเมื่อพวกเจ้ารู้ว่าการกระทำของข้าไม่ใคร่จะสอดคล้องกับความน่าจะเป็น เช่นนั้นพวกเจ้าก็คงจะรับรู้ได้ถึงอันตรายบางอย่างใช่หรือไม่ ?”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
ไม่นานนักเสียงระเบิดก็ดังสนั่นขึ้