ชียว ช่างไม่รู้จักบุญคุณคน!
น่าหลานอวี้ทำเสียงฮึดฮัดขึ้นมาทันที “เหอะ! เจ้าคงหมายถึงมู่เฉียนซีท่านผู้นำตระกูลมู่นั่นนะรึ ?”
น้ำเสียงของน่าหลานอวี้ที่พ่นวาจาออกมานั้นย่ำแย่อย่างมาก ดูเหมือนเขาจะเกลียดขี้หน้ามู่เฉียนซีสตรีผู้นำตระกูลมู่อย่างเต็มที่
มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้นว่า “น่าหลานอวี้ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เจ้าเจอกับมู่เฉียนซี เหตุใดเจ้าถึงได้เกลียดชังนางเช่นนั้นรึ ?”
มู่เฉียนซีลอบคิดในใจ ‘ถึงแม้ข้าจะต่อต้านใครมานักต่อนัก แต่กับเจ้าข้าก็ไม่ได้วางท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด ข้านึกไม่ออกจริง ๆ ว่าข้าไปทำอะไรให้ไม่พอใจตั้งแต่ตอนใด เจ้าถึงได้เกลียดชังกันได้มากเช่นนี้’
น่าหลานอวี้ “ข้าไม่ได้เกลียดชังนางสักหน่อย ข้าเพียงแค่รู้สึกว่านางมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว เช่นนั้นนางก็ควรรักษาระยะห่างกับเจ้าไว้บ้าง ทำตัวเช่นนี้มันไม่ดี มู่ซี เจ้าเองก็อยู่ห่าง ๆ นางเอาไว้ล่ะ อย่าไปใกล้ชิดนางมากเกินไปเชียว”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีฉายแววความโกรธขึ้งออกมา “เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้ ข้าชอบนาง”
นางเป็นนาง นางก็ต้องชอบตนเองอยู่แล้ว อีกอย่าง นางจะทำตัวออกห่างจากตัวเองได้เช่นไรกัน ?
น่าหลานอวี้ได้ยินวาจามู่ซี สีหน้าของเขาไม่ค่อยจะดีนัก เขาถามขึ้น “มู่ซี เจ้าเคยบอกข้าว่าเจ้ามิชอบสตรีไม่ใช่หรือ ? แล้วเหตุใดเจ้าถึง…?” น้ำเสียงที่กล่าวนั้นแฝงไปด้วยความโกรธระคนไม่พอใจ
มู่เฉียนซีกล่าวพลางถอนหายใจ “นางเป็นข้อยกเว้น”
คำพูดนี้เ