พบเจอสตรีใดใจดำน่ารังเกียจเช่นเจ้ามาก่อน”
“ขอบคุณสำหรับคำชม แต่ถ้าหากตบข้าเจ้าก็อดได้สวนสมุนไพรคืน สรุปเจ้าจะเอาหรือว่าไม่เอา ?”
จวินโม่ซี “ข้าไม่ได้กลับไปที่หุบเขาราชาโอสถเสียหน่อย เจ้าจะให้ข้าพกสวนสมุนไพรไปทำไมเล่า ? เจ้าย้ายมันออกเสียจนเกลี้ยงแล้วใส่ของของเจ้าเข้าไป ข้าไม่ได้มีที่ที่จะให้ใช้ได้”
มู่เฉียนซียิ้ม “นั่นก็หมายความว่าจะยกสวนสมุนไพรให้ข้ารึ ? ขอบคุณมาก”
“การขอบคุณของเจ้า ช้ามากไปกระมัง ?!”
ในที่สุดจวินโม่ซีก็ออกไปอย่างกะทันหัน เขาบอกว่าจะไปในวันนี้ แต่ว่ามู่เฉียนซีกลับไม่ได้ข่าวการออกจากเมืองของเขาเลย นางพึมพํา “เจ้าคนเห็นแก่กินนี่คงไม่ได้มาหลอกข้าว่าจะไปเพื่อที่จะได้กินดื่มมื้อใหญ่หรอกใช่หรือไม่ ? หากเป็นเช่นนั้นละก็ ต่อไปอย่าได้หวังว่าจะได้ข้าวกินสักคำจากที่นี่”
…
ในคืนนั้น เงาสีขาวพุ่งเข้าไปในลานกว้างที่เรือนของมู่เฉียนซี เงานั้นลอบเข้าไปในเรือนของนาง
ด้วยการที่จิ่วเยี่ยลอบเข้ามาทุกคืน มู่เฉียนซีจึงกลายเป็นผู้มีประสาทสัมผัสไว แต่กลิ่นอายที่เข้ามาที่นี่คืนนี้ มิใช่จิ่วเยี่ยอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีลืมตาทั้งสองขึ้นมองไปรอบ ๆ พลันเห็นจวินโม่ซียืนยิ้มเจื่อน ๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“จวินโม่ซีเจ้ามาทำอะไร ?”
ภายใต้แสงจันทร์ ชายหนุ่มผู้หนึ่งมีใบหน้าราวกับเทพบนเมฆามองดูมู่เฉียนซี
จวินโม่ซีคาดไม่ถึงว่าแม้เขาจะระวังแล้วระวังอีก สุดท้ายเขาก็ถูกจับได้ เขายิ้มอย่างเขินอายก่อนจะกล่า