ท่านอาบอกให้เจ้ากลับไป แล้วเหตุใดเจ้าถึง…?”
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เขาให้ข้าออกไปจากจวนตระกูลมู่ แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ข้ากลับมาอีก”
“พักผ่อนเถอะ” กล่าวจบเขาก็คว้าร่างของมู่เฉียนซีมากอดไว้ในอ้อมอกอุ่น ๆ
วันนี้เกิดเรื่องวุ่นวายมาทั้งวัน มู่เฉียนซีนางก็เหนื่อยมาทั้งวันจนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือ เมื่อร่างของนางลงนอนบนเตียง ไม่นานนักนางก็ผล็อยหลับไป
…
อรุณรุ่ง
จิ่วเยี่ยจุมพิตลงบนแผลนางซ้ำอีกครั้งและเขาไม่ให้นางทายาเพื่อให้รอยจางลง
เช้าวันนี้ มู่เฉียนซีจำใจต้องกินของว่างแทนอาหารเต็มมื้อเพื่อรีบบอกให้ช่างตัดเสื้อผ้ามาตัดชุดคอสูงให้นางทันที
เมื่อวานเป็นวันที่โอวหยางหว่านขึ้นครองราชบัลลังก์ อีกทั้งยังมีราชาไป๋กู่ปรากฏตัว ทำให้ทั่วทั้งแคว้นเกิดเรื่องวุ่น ๆ
หลังจากที่ราชาไป๋กู่ตายลงไป ผู้คนที่โดนมันควบคุมก็กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง
สำนักซวนเหลยได้ถูกทำลายล้างไป ด้วยเหตุนี้แคว้นจื่อเยี่ยจึงหลงเหลือเพียงแค่สำนักตานจี้สำนักเดียว
มู่อีกล่าวขึ้น “พวกคนชุดดำเหล่านั้นถูกขังไว้ในคุกใต้ดินทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะถามอย่างไร พวกมันก็มิยอมปริปากบอกข้อมูลอันใดเลย ท่านผู้นำตระกูล เราจะทำอย่างไรกับพวกมันดีขอรับ ?”
มู่เฉียนซี “กลัวว่าพวกมันจะเป็นคนประเภทเดียวกับอวิ๋นซินหราน ต่อให้ตัวตายก็ไม่ยอมปริปากบอกอะไรเรา ฆ่าพวกมันให้หมด เผาทำลายอย่าให้เหลือแม้แต่ซาก!”
“ขอรับ”
“แล้วตามตัวโอวหยางหว่านกับมู่หรูเหย