นตอนนี้นั้นก็คือซวนหยวนชิงอวิ๋นและซวนหยวนหลี่ซาง
สิ่งที่ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกคลางแคลงใจก็คือ ซวนหยวนหลี่เทียนมิได้ฉวยโอกาสนี้ยึดครองบัลลังก์ กลับร่วมมือร่วมใจกับซวนหยวนชิงอวิ๋นคลี่คลายสถานการณ์ความวุ่นวายของบ้านเมือง
ในขณะที่ร่างสีม่วงเข้าไปในตำหนัก นางยังคงงดงาม สง่า และดูหยิ่งผยองเฉกเช่นเดิม
ซวนหยวนหลี่เทียนเห็นเช่นนี้แล้วก็ผงะไปครู่หนึ่ง ทว่าก็รีบควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเองเอาไว้ทันท่วงที
หลายวันที่ผ่านมานี้… เกิดเรื่องราววุ่นวายใหญ่โตขึ้นมากมาย มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาได้สติขึ้นมา
เรื่องของเขากับนางเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าวขึ้น “เฉียนซี เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “ข้าไม่เป็นไร ซวนหยวนจือล่ะ ?”
ซวนหยวนชิงอวิ๋น “อยู่ในห้องบรรทม หากเจ้าอยากเข้าพบ ข้าจะพาเจ้าไป”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “อืม”
ซวนหยวนจือโดนพิษกู่มาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อไร้คนคอยควบคุม ร่างของเขาก็เหม่อลอยเปรียบเสมือนคนไร้จิตวิญญาณก็มิปาน
เข็มยาของมู่เฉียนซีพุ่งออกไปปักบนร่างซวนหยวนจือในทันทีที่นางก้าวเข้ามา
มู่เฉียนซี “ชิงอวิ๋น ทำให้เขาเลือดออกเพื่อบังคับพิษกู่ออกมา”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นชักกริชออกมาพลันตัดมือของซวนหยวนจือทันที
ในขณะที่กู่นั้นออกจากร่าง ดวงตาของซวนหยวนจือเริ่มชัดเจนขึ้นไม่เลื่อนลอย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเข