มือกับมู่อวู่ซวงได้อีกต่อไป นางจึงเรียกราชาไป๋กู่เพื่อให้ไปร่วมต่อสู้กับนาง
มู่เฉียนซีพุ่งไปอย่างรวดเร็วราวภาพกะพริบ นางไปหาจวินโม่ซีอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบก่อนจะกล่าวถามเสียงเครียด “เจ้าจวินจอมตะกละ เจ้าไม่มีวิธีอื่นแล้วรึ ?”
จวินโม่ซีกล่าว “ราชาไป๋กู่นี้ไม่เพียงแต่ทรงพลัง มันยังกลายพันธุ์ได้ ช่างต่อกรได้ยากยิ่ง ลำพังข้าคนเดียวรับมือไม่ไหว”
— ฟึ่บ! —
มู่เฉียนซีพยักหน้ารับรู้ ฉับพลันทันใดเข็มยานับไม่ถ้วนของนางพุ่งตรงไปที่เบ้าตาของราชาไป๋กู่
แต่ถึงอย่างไรแล้ว พลังของมู่เฉียนซียังนับว่าอยู่ในระดับต่ำมาก ต่อให้นางชักไพ่ที่ดีอย่างเข็มยาออกมา ราชาไป๋กู่ก็ยังคงสกัดกั้นเข็มยาของนางออกไปได้
จวินโม่ซีเป็นกังวล เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซีสาวน้อย พลังจอมภูตระดับแปดนี้ของเจ้าเท่ากับเป็นอาหารให้ราชาไป๋กู่เสียแล้ว”
“ข้ารู้” มู่เฉียนซีกล่าวตอบพลางครุ่นคิด
เมื่อครู่พลังเพิ่งจะฟื้นกลับคืนมาได้ นางไม่อยากกินยาฟ้าดินซวนหวงที่ดัดแปลงใหม่ให้พลังลดลงไปอีก อีกอย่าง ยานั่นกินได้เพียงสามครั้งต่อเดือนถึงจะมีผล แต่ว่า… สถานการณ์ตรงหน้าในตอนนี้นั้นช่างบีบบังคับ นางจะลังเลใจไม่ได้
ไม่มีช่องว่างให้ลังเลใด ๆ ทั้งนั้น!
มู่เฉียนซีตัดสินใจยัดยาฟ้าดินซวนหวงที่ดัดแปลงใหม่เข้าปากอีกหนึ่งเม็ด เวลานี้เส้นลมปราณของนางเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่ทรงพลังยิ่งนัก
— ฟิ้ว! —
พลังของมู่เฉียนซีเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และเข็มยาของนางก็พุ่งต