องค์จักรพรรดินีที่ดูสดใสดุจดั่งบุปผาเบ่งบาน เขารู้สึกสั่นกลัวขึ้นมาเล็กน้อยไม่ทราบว่าเพราะเหตุอันใด ?
สตรีผู้นี้โหดร้ายยิ่งนัก หลังจากที่ได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดินีไม่รู้ว่าสั่งฆ่าสังหารคนไปเท่าไหร่แล้ว ทว่าอยู่ต่อหน้ามู่เฉียนซี กลับแสดงท่าทางอ่อนหวานอ่อนโยนเป็นคนใจดี ช่างแปลกประหลาดเสียจริง
พระองค์ดีกับซีเอ๋อร์เช่นนี้ คงจะไม่คิดทำร้ายซีเอ๋อร์หรอกใช่หรือไม่ ?!
ขณะนี้ เวลาอันเป็นมงคลยิ่งใกล้จะมาถึงแล้ว แน่นอนว่าโอวหยางหว่านจะต้องขึ้นไปบนแท่นบูชา ไปประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่านางคือจักพรรดินีอย่างเป็นทางการ
พิธีกรรมเป็นไปด้วยความซับซ้อน มู่เฉียนซีรอไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
เมื่อพิธีกำลังจะเสร็จสิ้น ทันใดนั้นเสียงตะโกนของคนผู้หนึ่งดังลั่นขึ้น “นางสตรีปีศาจ! เจ้ากล้าทำลายล้างราชวงศ์ซวนหยวนของข้า ยึดบัลลังก์ราชวงศ์ซวนหยวน เจ้าบังอาจยิ่งนัก!”
ทันใดนั้นร่างผู้เฒ่าในชุดขาวสามท่านปรากฏตัวขึ้น ท่านผู้เฒ่าทั้งสามนี้เป็นองครักษ์เก่าแก่ของราชวงศ์ซวนหยวน หากราชวงศ์ซวนหยวนไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงที่สุด พวกเขาไม่มีทางปรากฏตัวออกมาให้ผู้คนเห็นเช่นนี้แน่
นอกจากท่านผู้เฒ่าชุดขาวทั้งสามแล้ว ยังมีเจ้าสำนักแห่งสำนักซวนเหลย ซึ่งนำนักฆ่าติดตามมาด้วย
เจ้าสำนักซวนเหลยกล่าว น้ำเสียงแฝงอารมณ์โกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด “นางปีศาจช่างบังอาจยิ่งนัก! เจ้าต้องหยุดการกระทำของเจ้าบัดเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นเจ้าไม่ตาย