าแต่หนึ่งตําหนักตะวันออกเลย แม้แต่สิบตำหนักก็ไม่สามารถมาเทียบเจ้าได้ เจ้าอย่าไปรนหาที่ตายกับมู่เฉียนซีสตรีจิตใจดำผู้นั้นเลย”
มู่หรูเหยียนกล่าวเสียงเบา “แต่ว่าตําหนักตะวันออกเป็นเช่นนี้ องค์รัชทายาท ท่านพี่… ถ้าหากฝ่าบาททรงตําหนิ… ฮือ ๆ ๆ”
เป็นถึงองค์รัชทายาท กลับต้องมาลงเอยเช่นนี้ เสด็จพ่อจะคิดอย่างไรกับเขา ?
เพื่อปกป้องสตรีงาม เขาไม่ได้สนใจอะไรมาก เวลานี้สงบลงแล้ว ซวนหยวนหลี่ซางเริ่มรู้สึกกลัว
เสด็จพ่อจะต้องรู้สึกว่าเขาไร้ความสามารถ ไม่อาจจัดการเรื่องใหญ่ได้ บางทีอาจจะทําให้ถูกปลดจากตำแหน่งองค์รัชทายาทก็เป็นได้ น่าเสียดาย เขาไม่มีบุตรแม้แต่คนเดียว แล้วจะต่อรองกับองค์ชายคนอื่นได้อย่างไร ?
ซวนหยวนหลี่ซางยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นตระหนก เขากล่าว “เหยียนเอ๋อร์ จะทําอย่างไรดี? หากเสด็จพ่อทรงปลดข้า เช่นนั้นข้าคงไม่สามารถปกป้องเจ้าจากมู่เฉียนซีได้อีก”
“จะทําอย่างไรดี… จะทําอย่างไรดี ? หรือว่า…” เกิดประกายเย็นเยือกในดวงตาของซวนหยวนหลี่ซาง
ใช่! เขาถูกมู่เฉียนซีทำให้ตำหนักตะวันออกของเขาส่งเสียงดังโครมครามและถูกนำเอาทรัพย์สินไปก็จริง แต่หากเขาขึ้นครองตําแหน่งฮ่องเต้ ยังจะต้องหวงแหนขยะอย่างตําหนักตะวันออกนี้อีกหรือ ?
เรื่องนี้ต้องรีบลงมือ แต่เรื่องการแย่งชิงอํานาจนั้นมิใช่เรื่องง่ายเลย
มู่หรูเหยียนกล่าวเสียงเบา “องค์รัชทายาท ท่านคงไม่…”
ซวนหยวนหลี่ซางคว้าร่างมู่หรูเหยียนอย่างตื่นเต้น กล่าวว่า “เหยียน