ยไม่เกรงใจใครหน้าไหนทั้งนั้น”
ดวงตาดำขลับคู่นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร ซวนหยวนหลี่ซางถึงกับหวาดกลัวจนตัวสั่น เขารีบกล่าว “ผู้นำตระกูลมู่ เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะกลับไปบอกเสด็จแม่ให้ตรงตามที่เจ้าบอกทุกประการ”
มู่เฉียนซี “มู่อีส่งแขก”
“ขอรับ”
หลังจากที่มู่อีไปส่งซวนหยวนหลี่ซาง มู่เฉียนซีหันมาหาจิ่วเยี่ย “จิ่วเยี่ย เจ้ามาแล้ว”
มุมปากของจิ่วเยี่ยโค้งเล็กน้อย “ซี ขอให้เจ้ามีความสุขในวันเกิดของเจ้า”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว ‘เจ้าก้อนน้ำแข็งนี่รู้จักอวยพรวันเกิดด้วยรึ ?’
“จิ่วเยี่ย ขอบใจเจ้ามาก”
จิ่วเยี่ยมองว่าห้องของนางกลายเป็นห้องของตัวเขาเองไปแล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องโดยมีมู่เฉียนซีตามเข้าไป นางรับรู้ได้ทันทีว่าเยี่ยอ๋องผู้นี้ไม่อยากกลับจวนตัวเองแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้า…”
จิ่วเยี่ยเดินไปตรงหน้ามู่เฉียนซี ทันใดนั้นเขายื่นมือออกมาถอดปิ่นปักผมของนาง เส้นผมของนางทั้งผืนหล่นลงมาเคลียไหล่
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “อืม ดึกมากแล้ว ควรพักผ่อนได้”
“ปิ่นปักผมของข้า!” มู่เฉียนซีอุทาน ปิ่นปักผมของนางถูกถอดออกมาแล้ว นางก็เพิ่งจะได้มองดูมันอย่างละเอียดก็ตอนนี้ บนปิ่นปักผมสีม่วงเข้มมีหงส์ที่แกะสลักเหมือนจริงมาก ที่หางของมันแกะสลักรูปแมนดาลาอย่างประณีต มันเสมือนเปล่งพลังอันน่าอัศจรรย์ใจออกมา
จิ่วเยี่ยกล่าว “ซี… ปิ่นปักผมนี้ เจ้ามอบให้ข้าได้หรือไม่ ?”
“จิ่วเยี่ย เจ้าเป็น