อ้างเสมอ มู่เฉียนซีรู้สึกคุ้นชินกับคำตอบนี้ของเขาแล้ว แต่ในที่สุดจื่อโยวก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า “แม่นางซี ความจริงแล้วเยี่ยตั้งใจจะมารอเจ้าที่นี่ต่างหากเล่า”
“รอข้ารึ ?” คำกล่าวของจื่อโยวอาจดูเป็นเพียงคำกล่าวธรรมดา ๆ แต่มู่เฉียนซีก็พอจะเชื่ออยู่บ้าง
จิ่วเยี่ย “มู่เฉียนซี เจ็ดวันผ่านไปสองรอบแล้ว เจ้าลืมบางอย่าง…”
มู่เฉียนซีสะดุ้งตกใจ เจ็ดวันผ่านไปสองรอบแล้วเช่นนั้นหรือ ? นั่นก็หมายความว่า… ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางยุ่งอยู่กับการปรุงยา แม้ว่าทั้งสองจะนัดกันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้รบกวนนางเลย
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “จิ่วเยี่ย เจ้ารู้สึกไม่ปกติอีกแล้วใช่หรือไม่ เจ้าคงจะทรมานมาก”
“อืม” จิ่วเยี่ยพยักหน้าพลางตอบ “รู้สึกทรมานอยู่”
มู่เฉียนซีส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ นางย่างเท้าเข้าไปหาเขา ค่อย ๆ เอามือถอดหน้ากากดำออก จากนั้นบรรจงจูบลงบนแก้มของเขาก่อนจะกล่าวว่า “ข้าชดเชยให้เจ้าเดี๋ยวนี้เลยเป็นอย่างไร ?”
เยวี่ยเจ๋อตะลึงพลันคิดในใจ ‘พี่ใหญ่กล้าจับเยี่ยอ๋องจุมพิตกลางสายตาผู้คน’ เขารู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางหัวใจ จากนั้นหันหน้าไปทางอื่นไม่อยากมองพี่ใหญ่จุมพิตบุรุษผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้
จื่อโยวตกใจไม่น้อยไปกว่าเยวี่ยเจ๋อ เดิมทีเขาคิดว่าเยี่ยไม่มีประสบการณ์ ไม่มีทักษะในเรื่องเช่นนี้ เขาไม่มีทางเกี้ยวพาราสีแม่นางผู้นี้ได้ แต่นี่ เขากำลังเห็นภาพอะไรปรากฏตรงหน้า ? เยี่ยนั้น เขาเพียงเอ่ยคำพูดไม่กี่คำ