ำแผลของเขานั้น ชำนาญราวหมอมาเองก็ว่าได้
จิ่วเยี่ยทำแผลพลางชื่นชมผิวของนางที่ขาวดั่งหิมะ ความชื่นชมนี้ของเขาเป็นความรักที่บริสุทธิ์ ภายในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นไม่มีร่องรอยของเจตนาอันชั่วร้ายแฝงอยู่แต่อย่างใด
มู่เฉียนซีลอบพึมพำกับตัวเอง “จิ่วเยี่ยผู้นี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก”
สายตาเช่นนี้… ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นเรือนร่างนางหมดแล้ว แต่นางก็ไม่วายคิดอยากจะวางยาพิษให้บุรุษผู้เจ้าเล่ห์นี่ตาบอดไปเสีย
จิ่วเยี่ยแกะผ้าพันแผลแผ่นสุดท้ายออกก่อนจะนำเอาเสื้อสีดำยาวมาคลุมให้นางพลางกล่าวว่า “เสร็จแล้ว”
มู่เฉียนซีกัดฟันแน่น “จิ่วเยี่ย ข้าอยากจะฉีกเนื้อเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ นัก”
จิ่วเยี่ย “ได้ รอให้เจ้ามีพลังแข็งแกร่งกว่าข้า เจ้าอยากจะทำอะไรกับข้าก็ตามแต่เจ้าปรารถนา แต่ตอนนี้…”
มู่เฉียนซีโกรธระคนเจ็บใจเล็กน้อย นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาต้องการจะกล่าวอะไรออกมา เพียงแต่ตอนนี้นั้น พลังความแข็งแกร่งของนางช่างน้อยนิด นางอ่อนแอเกินกว่าที่จะแก้แค้นเขาได้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ตอนนี้ข้าขอให้เจ้าหันหลังไปและไปยืนห่าง ๆ ข้าหน่อยได้หรือไม่ ? ข้าจะเปลี่ยนชุด”
จิ่วเยี่ยโอบกอดนางไว้พลางกล่าว “ซี… ข้าชอบที่เจ้าใส่ชุดของข้า”
มู่เฉียนซีไม่พอใจเล็กน้อย “จิ่วเยี่ย เจ้าชอบอะไรพิลึกพิลั่นนัก ข้าทนไม่ไหวจริง ๆ”
“ข้าชอบ เช่นนี้ร่างของเจ้าก็จะมีกลิ่นกายของข้าอยู่ตลอดเวลา” จิ่วเยี่ยเข้าใกล้มู่เฉียนซีและกระซิบเบา ๆ ข้างหูนาง
ดูเหมือนว่าจิ