งตาจิ่วเยี่ยฉายแววอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ แววตาเช่นนี้ราวกับจะกลืนกินมู่เฉียนซีเข้าไปทั้งร่าง
“ซี… เจ้าคิดจะยื้อเวลาใช่หรือไม่ ?”
“ข้าเปล่าสักหน่อย”
ริมฝีปากอันแดงระเรื่อยื่นเข้าไปใกล้ จากนั้นจูบลงเบา ๆ อย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุด การจูบที่สมบูรณ์แบบนำพาความเสียวซ่านและความเร่าร้อนให้พุ่งเข้ามาในร่างกาย ทำให้มนุษย์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากครอบครอง
มู่เฉียนซีไม่คิดเลยว่าการจูบของนางจะทำให้มุมปากของจิ่วเยี่ยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มได้
ในความคิดของเขา ดวงตาคู่นั้นของนางช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก
จากนั้นครู่หนึ่ง นางสามารถเปิดริมฝีปากของจิ่วเยี่ยได้ ลมหายใจของจิ่วเยี่ยร้อนผ่าว เขาเริ่มจูบดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ
ยุ่งเหยิงไปกันใหญ่แล้ว!
มู่เฉียนซีตกตะลึงอย่างยิ่งเมื่อเห็นเปลวไฟที่ลุกโชนภายในดวงตาคู่นั้นของจิ่วเยี่ย ดวงตาของนางเบิกกว้างแทบถลนออกมานอกเบ้า อาการป่วยของจิ่วเยี่ยกำเริบขึ้นอีกแล้วรึ ?
ร่างมู่เฉียนซีแนบชิดติดกับร่างของจิ่วเยี่ย นางมีเพียงเสื้อคลุมยาวสีดำตัวเดียวเท่านั้นที่กั้นระหว่างร่างของทั้งสองเอาไว้
อันตราย!
มันช่างอันตรายยิ่งนัก!
ดวงตามู่เฉียนซีจ้องเขม็งอยู่ที่บุรุษผู้งดงามหาที่เปรียบมิได้ผู้นี้ จูบของจิ่วเยี่ยยิ่งยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากที่จูบอันดุเดือดของจิ่วเยี่ยสิ้นสุดลง เขาก็โน้มตัวลงกล่าวกับนาง “ซี… เจ้าโกหกข้า”
“แท้จริงแล้วทักษะการจูบของข้าดีเลิศ” มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็นิ่งอึ้งไ