งเป็นสิ่งระทึกในใต้หล้านี้อย่างแน่นอน
จวินโม่ซีมาที่จวนตระกูลมู่ กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า… “สาวน้อย ข้าว่าสมบัติแปลกประหลาดนั่นต้องเป็นของดีแน่นอน เจ้าสนใจจะไปสืบข่าวกับข้าหรือไม่ ?”
แม้แต่จวินโม่ซียังสนใจเรื่องนี้ นั่นก็หมายความว่าสมบัติแปลกประหลาดต้องมิใช่สิ่งธรรมดาสามัญ เท่าที่มู่เฉียนซีรู้จักจวินโม่ซีมานั้น นอกจากการปรุงยากับอาหารอันโอชะแล้ว เขาไม่สนใจเรื่องใดเลย
มู่เฉียนซีตอบกลับ “ไปสิ”
“มู่อี เตรียมคนสิบคนออกไปกับข้า รวมถึงชิงอิ่งด้วย”
มู่อีกล่าวว่า “ท่านผู้นำ สิบคน มิเป็นจำนวนที่น้อยไปหรือขอรับ ?”
“ไปกันเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว คนน้อย ๆ มันสะดวกนัก ต่อให้เรานำองครักษ์เงาไปทั้งหมดก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสำนักนิกาย องครักษ์เงาต้องอยู่ดูแลความปลอดภัยที่จวนเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนเข้ามาลอบทำร้าย”
“ขอรับ”
หลังจากตระเตรียมกำลังคนทั้งสิบเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซี จวินโม่ซี และชิงอิ่ง ทั้งสามคนก็ได้เดินทางออกจากจื่อตู
บนหน้าผาเป็นบริเวณที่แสงสีม่วงกระจายออกไป และเป็นสถานที่ที่สมบัติแปลกประหลาดนั้นตกลงมาสู่โลกด้วยเช่นกัน
แสงระยิบระยับสีม่วงจางหายไปเมื่อดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า ทว่าทุกคนยังคงระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ
สองสำนักนิกายใหญ่ กองกำลังของราชวงศ์ รวมถึงตระกูลอวิ๋นได้ส่งคนมาก่อนหน้านี้แล้ว แน่นอนว่าตระกลมู่มาช้ากว่าพวกเขา อีกทั้งยังนำกำลังคนมาน้อยกว่า
“มู่เฉียนซี เรานำกำลังคนมาน้อ