ูกจื่อโยวสอนจนเสียนิสัยไปแล้ว เช่นนั้นนางคงจะต้องบ้าคลั่งเป็นแน่แท้ จิ่วเยี่ยกลายเป็นผู้ที่ยากจะรับมือได้
“อืม ข้าจะไม่ฟังเขา แต่ฟังเจ้า” จิ่วเยี่ยพยักหน้า
“ดีมาก ต่อไปเจ้าจงฟังข้า อย่าจูบข้ามั่ว ๆ อีกล่ะ”
“ไม่” จิ่วเยี่ยปฏิเสธทันควัน คิ้วเขาขมวดเล็กน้อย “ไม่จูบ ข้าคงจะเป็นทุกข์”
ให้ตายเถอะ มู่เฉียนซีอดไม่ได้ที่จะด่าบรรพบุรุษรุ่นที่สิบแปดผู้ซึ่งสาปแช่งจิ่วเยี่ย จะต้องขาดคุณธรรมเพียงใด ถึงได้สร้างคำสาปเช่นนี้ใส่จิ่วเยี่ย
“มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถรักษาข้าได้ เจ้าจูบข้าก่อนวันละครั้งเป็นอย่างไร ?” จิ่วเยี่ยถาม ทำสีหน้าใสซื่อ
วันละครั้ง! ใบหน้ามู่เฉียนซีหม่นคล้ำลง นางกล่าวว่า “ไม่ได้ มากสุดเดือนละครั้งเป็นอันเพียงพอ”
“สามวัน”
“ครึ่งเดือน!”
“สี่วัน”
“เจ็ดวัน!”
“ได้” มุมปากของจิ่วเยี่ยยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม
ในความมึนงง มู่เฉียนซีรู้สึกประหนึ่งว่าตนเองกำลังตกลงไปในคูน้ำ นางจ้องจิ่วเยี่ยเขม็ง นางนั้นหลอกคนอื่นมาตลอด วันนี้นางกลับถูกเจ้าก้อนน้ำแข็งนี่หลอก “จิ่วเยี่ย เจ้าหลอกข้า”
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา “เช่นนั้นวันละครั้ง”
มู่เฉียนซีกําหมัดแน่น กล่าวอย่างจำใจ “เจ็ดวันก็เจ็ดวัน”
พวกเขามาถึงหน้าประตูจวนสกุลมู่ มู่เฉียนซีกระโดดลงจากรถม้า ใบหน้าทาบทาความโกรธเกรี้ยว ลุงหม่าเห็นนาง ก็มองไปที่ใบหน้าที่แดงก่ำนั้นก่อนจะกล่าว “ท่านผู้นำตระกูล ท่านอย่าได้เขินอายไปเลย ท่านให้องค์ชายเย