างไปแล้ว
ฮองเฮาสติเลอะเลือนไปแล้วรึ ?!
ซวนหยวนจือกล่าวด้วยอารมณ์โกรธแค้น “โอวหยางหว่าน เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถฆ่าเจ้าได้”
โอวหยางหว่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “หากฮ่องเต้ประสงค์จะฆ่าข้าก็อย่ารอช้าเลย… แต่ต่อให้ท่านจะฆ่าข้าให้ตายตกไป คนเช่นท่านก็มิมีวันเทียบกับเฟิงอวิ๋นได้”
“ท่านสายเลือดต่ำช้า! ท่านจิตใจโสโครก! ข้าไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าท่าน”
การที่ฮองเฮายืนชี้หน้าด่าฮ่องเต้เช่นนี้ มู่เฉียนซีรู้สึกว่าไทเฮาพระองค์นี้ กล้าหาญที่สุดเท่าที่นางรู้จักมา นางได้แต่เหลือบมองโอวหยางหว่านที่แสนเย็นชา ไม่แยแสฮ่องเต้ อีกทั้งยังดูบ้าบิ่นไม่หลงเหลือความอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป
ซวนหยวนจือรุดเข้ามาบีบคอองค์ไทเฮาอย่างแรง สีหน้าไทเฮาพลันเขียวคล้ำจากการหายใจไม่ออก ทว่านางไม่เกรงกลัวต่อความตายที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย
“เสด็จพ่อเย็นพระทัยลงก่อนพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ!” ทันใดนั้น องค์รัชทายาทซวนหยวนหลี่ซางรีบเข้ามาห้ามซวนหยวนจือไว้
มู่เฉียนซีมิอาจทนดูปัญญาครอบครัวนี้ได้อีก จึงฉวยโอกาสรีบวิ่งออกไป
ซวนหยวนจือสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติกลับมา จ้องมองใบหน้าของสตรีผู้เป็นที่รักตรงหน้า ต่อให้องค์รัชทายาทไม่เข้ามาห้ามไว้ เขาก็ทำร้ายนางไม่ลง เขารักนางมาก แม้จะไม่เคยได้อยู่ในสายตานาง เขาก็ยังรักนางอย่างสุดซึ้ง ไม่มีวันทำร้ายนางได้ลง
ทันใดนั้นโอวหยางหว่านตระหนักว่าร่างของมู่เฉียนซีอันตรธานไปแล้ว นางกล่