องเฮาเหลือบสายตาไปมองซวนหยวนหลี่ซาง ดวงตาพลันหลุบต่ำลง กล่าวด้วยเสียงอันเบา “ซางเอ๋อร์ เจ้าอยู่ก่อนได้ มาสิ…”
สำรับที่วางอยู่บนโต๊ะล้วนแต่เป็นอาหารชาววังชั้นดี ฮองเฮาคีบอาหารให้มู่เฉียนซีด้วยความกระตือรือร้น “ซีเอ๋อร์ นี่เป็นอาหารจานโปรดของเฟิงอวิ๋น ซีเอ๋อร์ก็คงจะชอบ เจ้าลองชิมดู”
“จานนี้ก็ใช่ของโปรด…”
“ส่วนจานนี้…”
พระองค์ใส่ใจเพียงมู่เฉียนซี ไม่สนใจซวนหยวนหลี่ซางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลย แม้นางจะอนุญาตให้ซวนหยวนหลี่ซางร่วมโต๊ะ ทว่าก็เมินเฉย มิได้สนใจเขาแม้แต่น้อย
ในใจมู่เฉียนซีกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก ฮองเฮาแสดงอาการแปลกประหลาด คิดว่านางเป็นตัวแทนของท่านพ่อ ความอ่อนโยนของพระองค์ ความรักความเสน่ห์หาที่ทำให้นางนั้น ราวกับเห็นนางเป็นท่านพ่อนางไปแล้ว
มู่เฉียนซีก็คือมู่เฉียนซีอยู่วันยังค่ำ นางไม่ชอบเป็นตัวแทนผู้ใดแม้แต่ท่านพ่อของนางเอง นางลอบบ่นในใจ‘ท่านพ่อนะท่านพ่อ ทิ้งความวุ่นวายให้ตระกูลมู่แล้ว ยังทิ้งสตรีแปลกพิลึกนี่ไว้ให้ข้ารับกรรม ท่านพ่อคิดว่าบุตรสาวคนนี้ยังยุ่งวุ่นวายไม่พอใช่หรือไม่ ?’
“กินสิซีเอ๋อร์ ไม่ถูกปากหรือ ?”
เสด็จแม่เป็นเหมือนแม่ที่ดูอ่อนโยน เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักทั้งยังแสนดีต่อมู่เฉียนซี ซวนหยวนหลี่ซางรู้สึกว่าเรื่องนี้ทิ่มแทงจิตใจ เขาทำได้เพียงแต่คีบอาหารเข้าปากอย่างหงุดหงิด
ขณะที่มู่เฉียนซีคีบซี่โครงหมูตุ๋นขึ้นมาเตรียมจะกิน ประกายแสงเย็นวาบผ่านดวงตานาง นางรับรู้ได้ถึง