าวน้ำค้างในยามรุ่งสางก็มิปานมองใบหน้าของฮองเฮา
เมื่อเห็นมู่เฉียนซี พระเนตรสงบของฮองเฮาฉายแววตื่นเต้นขึ้นมาทันที ร่างที่ยืนอยู่ในอุโบสถค่อย ๆ เดินอย่างเชื่องช้ามาที่มู่เฉียนซี สีหน้าแห่งความชื่นชอบปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ของพระองค์ บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “อา… ซีเอ๋อร์ ข้าไม่คิดเลย กาลเวลาผ่านมายาวนานกว่าสิบหกปี ซีเอ๋อร์ช่างดูโดดเด่นยิ่งนัก นับวันเจ้ายิ่งเหมือน…”
ทันใดนั้นนิ้วอันเรียวยาวของพระองค์ยื่นออกไปจะสัมผัสแก้มนุ่มของมู่เฉียนซี ถึงแม้ความรักและความเมตตาของพระองค์จะดูเป็นจริง มิได้ดูเสแสร้งแกล้งทำ ทว่ามู่เฉียนซีไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องใบหน้าของนาง นางจึงหันไปด้านข้างเพื่อเลี่ยงมือนั้น
พระหัตถ์ฮองเฮาแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ พระเนตรคู่นั้นเผยให้เห็นร่องรอยความผิดหวังเคล้าเศร้าพระทัยเล็กน้อย
มู่เฉียนซี “องค์ฮองเฮา ข้าไม่ชอบให้ใครสัมผัสใบหน้า โปรดประทานอภัยให้ข้าด้วย”
ฮองเฮาแย้มสรวลอ่อนโยนราวบุปผานับร้อยเบ่งบาน “ไม่เป็นไร ซีเอ๋อร์ เราเข้าไปนั่งคุยกันในตำหนักจะดีกว่า” สิ้นวาจา พระหัตถ์ยื่นออกไปเพื่อที่จะจับแขนมู่เฉียนซีอีกครั้ง นางรู้สึกกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างมากในเวลานี้ ทว่าไม่แปลก ก่อนหน้านี้ตระกูลมู่ของนางและตระกูลโอวหยางวางตัวเป็นศัตรูกันอย่างเห็นได้ชัด
เรื่องที่ตระกูลโอวหยางถูกทำลายล้าง ตระกูลมู่น่าสงสัยที่สุด เพราะเหตุใดเวลานี้ฮองเฮาจึงดูรักใคร่เอ็นดูนางเช่นนี้ ทั้งยังดูเหมือนว่าต้องการ