ป็นนายของมันรึ ? ข้าต้องทำอย่างไร ?”
“เอานิ้วของเจ้าไปกรีดที่คมปลายกระบี่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพันธสัญญา”
มู่เฉียนซีถามต่อ “กระบี่เล่มนี้ช่างชั่วร้ายนัก ทำพันธสัญญาจะไม่มีปัญหาอะไรจริง ๆ รึ ?”
อาถิง “มันชั่วร้ายมาก วิญญาณของคนที่มันฆ่าจะถูกมันกลืนกิน ก็คงจะเป็นเช่นนั้น…”
“เป็นไปไม่ได้ ถ้าหากเป็นเจ้าหมอนั่น คงไม่มีทางกลายเป็นคนน่าสังเวชขนาดนั้นได้” อาถิงพึมพํากับตัวเอง
“พลังของมันไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก มีข้าอยู่มันทำอะไรเจ้าไม่ได้ กลับกัน การที่เจ้าได้มันมา มันจะกลายเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่ของตัวเจ้าเอง”
มู่เฉียนซีกระชับกระบี่มังกรเพลิงในมือแน่น นางกรีดปลายนิ้วตนเองทำให้โลหิตสีแดงสดรวมตัวเข้ากับแสงสีแดงที่ปลายกระบี่เป็นหนึ่งเดียว อาถิงครอบครองสัญญาชีวิตของนางไว้ กระบี่มังกรเพลิงจึงทําได้เพียงยอมรับความเสมอภาคในเรื่องสัญญากับอาถิง จากนั้นแสงสีแดงห่อหุ้มร่างของพวกเขาทั้งสอง
ภาพเลือนรางปรากฏขึ้นในหัวของมู่เฉียนซี กระบี่นั้นถูกกวัดแกว่งไปมา ก่อเกิดท่ากระบี่ที่สะเทือนฟ้าสะท้านดินสำแดงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
“กระบี่มังกรเพลิง หลงเหยียนพิฆาต!”
— ตูม! ตูม! —
ป่าไม้เบื้องหน้าของพวกเขาตกอยู่ในทะเลเพลิงโดยพลัน
จวินโม่ซีเดินเข้ามาหามู่เฉียนซี กล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง “ช่างเป็นพลังธาตุอัคคีที่แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนัก แม้เจ้าจะมีความแข็งแกร่งเพียงผู้บำเพ็ญภูตระดับสาม แต่เจ้าคงสามารถกวาดล้างจอมภูตได้ ช่าง