เจ้าไม่อยากสู้ก็ไม่ต้องสู้ เจ้าคงจะไม่เอาข้ออ้างที่ว่าข้าเป็นคู่หมั้นองค์ชายเก้าซวนหยวนจิ่วเยี่ยมาอ้างอีกกระมัง”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นส่ายศีรษะ “ไม่ ข้าเพียงแค่ไม่เคยคิดอยากเป็นศัตรูกับเจ้า”
มู่เฉียนซียิ้ม “ชิงอวิ๋น ตอนนี้เจ้าเป็นทายาทของจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋นผู้ที่จะได้เป็นจักรพรรดิวิญญาณในอนาคต เจ้าไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับข้า ข้ามู่เฉียนซีเองก็เช่นกัน แต่ราชวงศ์ซวนหยวนของเจ้า…”
เป็นที่รู้กันดีว่าซวนหยวนจือเป็นผู้มีความทะเยอทะยาน การที่เขาละโมบโลภในสมบัติของตระกูลมู่ ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงวันสองวัน แม้ว่าท่านอาเล็กของนางนั้นจะคอยกดดันเขาไว้ ทำให้เขาไม่กล้าลงมือชั่วคราว แต่นางกล้ารับประกันเลยว่า… เมื่อใดที่ซวนหยวนจือได้เปรียบ เขาจะลงไม้ลงมือกับตระกูลมู่แน่นอน นอกจากนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าซวนหยวนจิ่วเยี่ยมิใช่คนของราชวงศ์ แต่ซวนหยวนชิงอวิ๋น เขา… เกรงว่าเขานั้นคงจะใช่
ซวนหยวนชิงอวิ๋นยิ้ม ดวงตาของเขาเป็นประกายราวกับน้ำใส
“แม้ว่าเราจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่มู่เฉียนซี เจ้าคงรู้จักข้าอยู่บ้าง ทั้งราชวศ์ซวนหยวน ข้าสนใจเพียงคนเดียวคือน้องชายของข้า จิ่วเยี่ย ทั้งราชวงศ์จะเป็นอย่างไรนั้น ข้ามิสนใจมาแต่ไหนแต่ไร” “ข้าอดทนมาสิบกว่าปีเพื่อจะได้มีพลังเพียงพอที่จะยืนอยู่ตรงหน้าชายผู้นั้น ต้องการจะให้เขาบอกแก่ข้าว่าสรุปแล้วจิ่วเยี่ยยังอยู่หรือตายจากไปแล้ว ?”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นย