ูเหยียนนางกล่าวอย่างกังวล “องค์ชายหลี่เทียน ร่างกายของน้องหรูอวิ๋นร้อนมาก รีบคิดหาวิธีเร็วเข้า!”
เวลาเดียวกันนั้น มู่เฉียนซีเห็นกลุ่มคนที่ถูกผึ้งปีศาจจัดการจนยับเยิน นางพุ่งเข้าไปฉวยเอาป้ายหยกของพวกเขามาอย่างไม่เกรงใจ ป้ายถูกฉวยออกไปจากมือแล้ว ทันใดนั้นทั้งสองรู้สึกว่ามีเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา มู่เฉียนซีและซวนหยวนชิงอวิ๋นไม่รอช้า สบตากันก่อนจะหายไปในพริบตา
เป็นกลุ่มของจางจวินที่เดินเข้ามา
จางจวินยิ้ม กล่าวว่า “พวกโง่ ๆ ของสำนักศึกษาหลัวหลินกับสำนักศึกษาชิงติ่งคิดว่าตัวเองร้ายกาจมาก ฮ่า ๆ ๆ สุดท้ายเจอผึ้งปีศาจเข้าไปก็แย่ สะใจนัก!”
“ใช่! เห็นพวกเขาถูกผึ้งปีศาจต่อยจนหน้าบวมกลายเป็นหัวหมู สะใจจริง ๆ”
“เราเก็บพวกมันได้สองกลุ่มแล้ว ยังมีอีกห้ากลุ่ม อีกไม่นานพวกเราก็จะได้อันดับหนึ่งและจบการแข่งขันครั้งนี้อย่างสวยงาม”
“พี่ใหญ่! ดูสิ ตรงนั้นมีอีกกลุ่มหนึ่ง”
ทว่าเมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ก็ต้องตะลึงตาค้าง
“พี่ใหญ่ แผ่นป้ายหยกของพวกเขาไม่อยู่ที่ตัว ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนมาแย่งไปก่อนพวกเรา”
“ใครกัน ? พวกมันไม่ได้ถูกผึ้งปีศาจจัดการรึ ? แต่ว่าพวกนั้นคงยังไปได้ไม่ไกล ต้องจับพวกนั้นให้ได้!”
“ใช่! ช่างบังอาจนัก แย่งของที่เป็นของพวกเรา”
มู่เฉียนซีนำถุงยายัดใส่มือซวนหยวนชิงอวิ๋น นางรู้ว่าอวิ๋นอ๋องเป็นคนฉลาด ไม่จําเป็นต้องให้นางพูด เขาก็รู้ว่าต้องทําอย่างไร
มู่เฉียนซียิ้มเล็กน้อย ทันใดนั้นนางกล่าวกับพว