ให้หมด ก้มลงสัมผัสผิวของนางเลย หลังจากนั้นก็ฉีกร่างนางซะ ครอบครองหัวใจนางให้ได้ ให้นางลงนรกไปพร้อมเจ้า จากนั้นพวกเจ้าก็จะ…”
— ตูม! —
ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยยื่นมือไปที่มุมมุมหนึ่ง พลันปล่อยพลังอันรุนแรงออกไป
หน้าต่างแตกกระจายในทันที มู่เฉียนซีเห็นเพียงเงาร่างสีเขียวล้ายกับดาวตกบินออกไป
ริมฝีปากทั้งสองแยกออกจากกัน ทั้งสองสบตากัน
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าสายตาที่จิ่วเยี่ยมองตนนั้นราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะฉีกเนื้อของเหยื่อ ครั้นแล้วนางก็รู้สึกหวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทา
เมื่อนึกถึงคำพูดที่เงาร่างลึกลับนั้นกล่าวเมื่อครู่ ความรู้สึกโชคดีครอบงำนาง โชคดีจริง ๆ ที่จิ่วเยี่ยควบคุมเอาไว้ได้ ไม่ทำอะไรบ้าบิ่นลงไป
เวลานี้ เงาร่างสีเขียวลอยเข้ามาด้านในอีกครั้ง มู่เฉียนซีได้เห็นบุรุษรูปงามดั่งหยาดฟ้ามาดินผู้หนึ่งลอยมา ร่างของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายความชั่วร้ายน่ากลัว
ผมสีแดงเข้มยาวดั่งสาหร่ายทะเลยาวสลวยลงมาถึงเอว ผิวขาวดุจดั่งหิมะเหมันตฤดู ใบหน้างดงามไร้ที่ติ รูปร่างเพรียวบาง เอวคอดกิ่ว กลิ่นอายบนเรือนร่างเจือความเย่อหยิ่งเล็กน้อย อากัปกิริยามือไม้ที่แสดงออกมานั้น ดูเป็นผู้มีความสามารถไร้ขีดจำกัด หากจะกล่าวว่าบุรุษผู้นี้มีเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดให้สตรีทั่วทั้งใต้หล้านี้ชื่นชอบเขา ก็คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริง
สิ่งมีชีวิตที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลนี้สามารถกระตุ้นให้ผู้คนโกรธได้ รอยยิ้มดูบอบบาง แต่กลับมีความก่อกว