นแฝงอยู่ประหนึ่งเขาพร้อมที่จะทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายได้ตลอดเวลา เขามองจิ่วเยี่ยด้วยแววตาหยาดเยิ้มประหลาด ๆ กล่าวขึ้นว่า…
“เยี่ย เจ้าช่างไร้น้ำใจยิ่งนัก ข้ารอดจากปากเหยี่ยวปากกามาหลายหมื่นหลายพันลี้เพื่อนำน้ำอมฤทธิ์มาให้เจ้า เจ้ากลับไร้น้ำใจกับข้าเยี่ยงนี้”
น้ำเสียงชวนให้หลงใหลพร่ำบ่นเพื่อระบายความในใจ ดวงตาสีม่วงเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี เมื่อได้ยินแล้วก็มิอาจควบคุมได้
ทว่าสายตาของจิ่วเยี่ยยังคงเฉยเมยมิเปลี่ยนแปลง เขากล่าวเสียงเย็นชา “เจ้ามาช้า”
“อะไรนะ ? เป็นไปไม่ได้”
ร่างสีเขียวไม่อยากจะเชื่อ หากว่าเขามาช้า คำสาปครั้งนี้ก็จะระเบิดออกมาและจิ่วเยี่ยจะต้องทำลายแคว้นจื่อเยี่ยจนพังทลายไปดั่งนรกอเวจี แต่นี่เขากลับปกติ ไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย มันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
“ตกลงแล้วมัน…”
ในขณะที่สายตาของเขากำลังมองจิ่วเยี่ย จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ออกไป”
มู่เฉียนซีรีบลุกขึ้น “ไม่ ๆ ๆ ข้านี่แหละไปเอง ข้าออกไปเอง เจ้าสองคนคุยกันตามสบายเถอะ”
เป็นไปได้หรือไม่ว่าบุรุษผู้งดงามดั่งหยาดฟ้ามาดินผู้นี้จะเป็นคนในดวงใจของจิ่วเยี่ย รูปร่างเรียวเล็กเช่นนี้สามารถทำให้บุรุษด้วยกันหลงใหลได้ ดูจากแววตาหยาดเยิ้มที่เขามองจิ่วเยี่ยเมื่อครู่นี้ บุรุษผู้นี้ต้องคลั่งไคล้เพศเดียวกันเป็นแน่แท้
คิดได้เช่นนี้นางก็ไม่อยากเป็นก้างขวางคอของทั้งสองอยู่ที่นี่อีกต่อไป
ขณะที่มู่เฉียนซี