ี้ตกใจกันไม่น้อย ไม่มีใครกล้าปริปากเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก อย่างไรก็ตาม เจ็ดปีต่อมาสํานักนิกายเพลิงไฟกลับทําให้เยี่ยอ๋องกริ้วอีกครั้ง และถูกองค์ชายเยี่ยทำลายล้างจนหมดสิ้นแทบไม่เหลือซาก
มู่เฉียนซีให้พวกมู่อีรีบกลับไปที่เมืองจื่อตูด้วยความเร็วสูงสุด
หลังจากเข้าเมืองหลวงแล้ว มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “พ่อบ้านไป๋พาจิ่วเยี่ยกลับจวนเยี่ยอ๋องเถอะ”
เวลานี้พ่อบ้านไป๋ตกอยู่ในสภาพน่าสังเวช ความโกรธของจิ่วเยี่ยเมื่อครู่นี้มิเบาเลย เขาสามารถรอดชีวิตมายืนอยู่ตรงนี้ได้ ล้วนแต่เป็นความเมตตาของนายของตนที่ยั้งมือ
พ่อบ้านไป๋ยิ้ม กล่าวว่า “ผู้นำตระกูลมู่ ทหารโครงกระดูกของจวนเยี่ยอ๋องพวกนั้นไม่สามารถที่จะดูแลใครได้ หรือไม่ก็ให้นายท่านของข้าไปพักฟื้นที่จวนตระกูลมู่ก่อนสักคืนได้หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวตกลง “ได้” นี่เป็นครั้งแรกที่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยถูกทําให้มีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ ส่วนมากแล้วเพราะเพื่อช่วยนางกับท่านอาเล็ก นางเองก็ไม่ใช่คนที่ข้ามแม่น้ำได้แล้วมารื้อสะพานทิ้ง ถึงอย่างไรหากไม่ใช่เพราะเขา เกรงว่านางกับท่านอาเล็กคงถูกสัตว์ประหลาดสี่ขาตัวนั้นทรมานจนตายไปแล้ว
มู่เฉียนซีพาจิ่วเยี่ยมาไว้ที่เรือนสุ่ยซี จากนั้นให้จวินโม่ซีไปดูแลมู่อวู่ซวง
มู่เฉียนซี “จวินโม่ซี จะดีร้ายอย่างไรเจ้าก็เป็นราชาโอสถ จะว่าไปแล้วเจ้าสามารถใช้วิธีใดรักษาท่านอาของข้าได้บ้างรึ ?”
จวินโม่ซี “ทักษะการปรุงยาของของเจ้านั้นก็ช่างพิเศษลึกลับยาก