โพล่งขึ้นด้วยเสียงอันดัง “ซีเอ๋อร์ ห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
มู่เฉียนซีตอบเสียงเบา “วางใจเถอะท่านอาเล็ก ข้าจะไม่เป็นอะไร…”
“คุ้มกันท่านอาเล็กเอาไว้ให้ดี ข้าจะไปดูจิ่วเยี่ยสักหน่อย” มู่เฉียนซีกล่าว ฉับพลันทันใดมู่อีและคนอื่น ๆ ทำได้แค่มองดูท่านผู้นำที่กำลังจะเข้าไปใกล้บุรุษผู้กระหายเลือดและโหดเหี้ยมเหมือนปีศาจผู้นั้น พวกเขาอยากจะเข้าไปห้ามใจจะขาด ทว่านี่เป็นคำสั่งของท่านผู้นำ พวกเขามิอาจข้องขัด
นางเดินไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าจิ่วเยี่ย เขาในตอนนี้นั้น นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ทว่ากำลังจ้องมองมู่เฉียนซีตาไม่กะพริบ
มู่เฉียนซียื่นมือไปสัมผัสใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวนั้น กระซิบกับเขาว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าเป็นอะไรหรือ ? นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเจ้าเป็นเช่นนี้” และสิ่งที่ทำให้นางตกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ… ลวดลายสีดำบนใบหน้าและบนร่างกายของเขา เต็มไปด้วยพลังอันชั่วร้าย มันไม่ใช่ยาพิษและไม่ใช่พิษของกู่ (สัตว์พิษห้าชนิด)
มู่อี จวินโม่ซี และคนอื่น ๆ มองดูสิ่งที่เกิดขึ้น พวดเขาตะลึงตาโตจนลูกตาแทบถลนออกมานอกเบ้า มู่เฉียนซีนางไม่เพียงแต่เข้าใกล้บุรุษโหดเหี้ยมผู้นั้น กลับยังยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของเขาด้วย นางช่างกล้ามาก!
มืออันเย็นยะเยือกคู่นั้นจับข้อมือนางแน่นราวกับกระดูกจะหัก เขากล่าวกับนางเบา ๆ “ไปซะ! รีบพาคนของเจ้าหนีไปเร็ว ๆ”
น้ำเสียงของเขาดูเหมือนว่ากำลังข่มอะไรบางอย่าง ราวกับว่าในร่างกายของเขามีสัตว