์ร้ายสิงสู่อยู่และมันพร้อมที่จะระเบิดออกมากลืนกินสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในที่นี้ รวมทั้งมู่เฉียนซีด้วย
ไม่นานนักเขาก็ค่อย ๆ ปล่อยมือนางออก นางตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “มู่อี รีบพาท่านอาเล็กหนีไปให้เร็วที่สุด!”
“ท่านผู้นำ แล้วท่านล่ะ ?” มู่อีกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
“ที่จิ่วเยี่ยต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะมาช่วยข้าไว้ ตอนนี้สถานการณ์ของเขาไม่สู้ดีนัก ในฐานะที่ข้าเป็นหมอปรุงยาคนหนึ่ง ข้าจะดูอาการเขาหน่อย บางทีอาจจะพอมีทางแก้ไขได้บ้าง”
“ท่านผู้นำ แต่มันอันตรายมาก!” องครักษ์เงาต่างพากันกระวนกระวายใจ
“เจ้ารีบไปเร็ว!” มืออันทรงพลังผลักนางออกอย่างแรง
“ท่านผู้นำ…” มู่อีในตอนนี้นั้นกระวนกระวายยิ่งนัก
พวกเขาไม่ทันหนีไป ทันใดนั้นลวดลายสีดำก็โผล่ออกมาจากร่างของจิ่วเยี่ยเป็นกระแสน้ำวนรุนแรงล้อมรอบตัวเขาไว้
จวินโม่ซีกล่าวขึ้น ใบหน้าแสดงเพียงความตกใจ “นั่นมันอะไรกันแน่ ?”
เมื่อชิงอิ่งเห็นภาพนี้ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขากล่าวเบา ๆ “เหมือนว่าข้าจะเคยเห็น แต่ข้านึกไม่ค่อยออก”
ฉากตรงหน้านี้เหนือจินตนาการอย่างแท้จริง
“อ๊าก!” เสียงคำรามเพราะความเจ็บปวดดั่งสนั่น
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วแน่น นึกฉงนสงสัย เงาดำนั่นมันคืออะไรกันแน่ที่สามารถทำให้คนเย็นชาไร้ความรู้สึกมาโดยตลอดอย่างจิ่วเยี่ยเจ็บปวดถึงเพียงนี้ได้
มู่เฉียนซีหยิบขวดยาออกมาจำนวนนับไม่ถ้วน นางเตรียมยาหลากหลายชนิดรวดเร็วในชั่วพริบตา
“ยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยานอนห