ลับ ตอนนี้คงมีเพียงยาสามชนิดนี้แล้วล่ะ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องลองดู หวังว่าคงจะช่วยลดความเจ็บปวดของเขาได้บ้างนะ” มู่เฉียนซีพึมพำกับตัวเอง
สีหน้าของจวินโม่ซีเคร่งขรึมลง เขากล่าว “มู่เฉียนซี นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร ? ถึงแม้ว่ายาของเจ้าจะวิเศษ แต่ข้าก็ไม่คิดว่ามีประโยชน์ในสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้หรอก”
— ตูม! ตูม! —
ภูเขาที่พวกเขาเหยียบอยู่นั้นกำลังจะพังทลายลง ทำให้พวกเขาไม่สามารถทรงตัวได้
มู่อีกล่าวขึ้น “ท่านผู้นำ เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ด่วนเลย มิเช่นนั้นมีหวังต้องถูกฝังกลบทั้งเป็นอยู่ที่นี่แน่ ๆ”
มู่เฉียนซีมองบุรุษที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังชั่วร้ายนั่น นางพูดอะไรไม่ออก เดิมทีคิดว่าที่ผู้คนกล่าวขานกันว่าเกรงกลัวจิ่วเยี่ยมาก คงเป็นเพียงคำพูดที่เกินไป ตั้งใจจะประณามให้เขาเป็นปีศาจที่ดูน่ากลัว สำหรับตัวนาง นางคิดไม่ถึงว่าจิ่วเยี่ยจะทำเรื่องที่น่ากลัวได้ถึงเพียงนี้ แต่ถึงกระนั้นนางก็จะลองดู
ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังจะเข้าไปใกล้จิ่วเยี่ย จู่ ๆ ร่างสีเขียวเข้าขวางหน้านางไว้ เขากล่าวอย่างเคร่งขรึม “อย่าเข้าใกล้เขา เขาอันตรายมาก”
— เปรี้ยะ! —
พลังทำลายล้างพุ่งเข้าหาชิงอิ่ง มันตบเขาอย่างแรง เวลานี้จิ่วเยี่ยปรากฏตัวอยู่ต่อหน้ามู่เฉียนซี สองมือยื่นไปบีบคอนางอย่างแรง
เมื่อมู่อี จวินโม่ซี และทุกคนเห็นเช่นนี้ก็เจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก น่าเศร้า พวกเขาทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น มิกล้าเปล่งเสียงแต่อย่างใด