้าปกคลุมร่างของมันในชั่วขณะ หมอกสีขาวพิษร้ายแรงเช่นนี้ แน่นอนว่าหากเป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ทว่านี่คือสัตว์ประหลาด มิใช่มนุษย์ตัวกระจ้อย จึงมีผลกระทบต่อมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
มู่เฉียนซีรีบเข้าประชิดร่างมู่อวู่ซวง พยุงท่านอาเล็กไว้ กล่าวว่า “ท่านอา รีบไปเถอะ!”
เมื่อหมอกควันสีขาวสลายหายไป เงาร่างอันมหึมาเข้าปกคลุมทั้งสองไว้ สัตว์ประหลาดกล่าวขึ้นว่า “จะหนีรึ ?! เหอะ! ไม่ว่าใครหน้าไหนก็หนีข้าไม่พ้น …มนุษย์หน้าโง่ ไปตายซะ!”
พลังอันมหาศาลพุ่งตรงไปที่มู่เฉียนซี นางกำลังตกอยู่ในอันตราย ดวงตาสีม่วงเงินของมู่อวู่ซวงในตอนนี้ดูเหมือนจะลุกเป็นไฟ เขาพร้อมที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องหลานรัก
ในตอนนั้นเองเสียงอันเยือกเย็นไร้ความปรานีดังขึ้นราวกับเสียงนรกโลกันต์ “เจ้าตุ่นน้อย… คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าทำร้ายว่าที่พระชายาของข้า!”
บุรุษชุดดำผู้หนึ่งปรากฏตัวอยู่ในอากาศราวกับปีศาจยามรัตติกาล ชุดคลุมสีดำนั้นพลิ้วไสวตามสายลมที่พัดโชยไป ยามดึกสงัดเช่นนี้ เขาเปรียบเสมือนราชาแห่งความมืด ไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนเขาได้
จี๋ซ่านแค่นเสียง “เยี่ยอ๋อง ในที่สุดก็มาจนได้”
มู่เฉียนซีมองบุรุษที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้ายามรัตติกาล นางผงะไปครู่หนึ่ง ในใจพลันคิด
‘เขามาแล้ว!’
“เจ้าตุ่นงั้นรึ! ต่อหน้าข้าเช่นนี้ มนุษย์เยี่ยงเจ้าต่างหากที่เป็นเจ้าตุ่น!” สัตว์ประหลากกล่าวอย่างเกรี้ยวโกรธ สองขาหน้าของมันพ