อนจะกล่าวว่า… “ถ้าเจ้าอยากรู้ เจ้าไปลงนรกก่อน แล้วค่อยไปถามพญายมเอาเถอะ!” กล่าวไปเช่นนั้นแล้ว มู่เฉียนซีคว้ายาออกมาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตน ขณะเดียวกันนางก็แบ่งให้ชิงอิ่งไม่น้อยเลย
นางกล่าวกับชิงอิ่ง “ชิงอิ่ง เจ้ายังสู่ไหวหรือไม่ ? ถ้าไหวก็กัดฟันอีกสักหนึ่งฮึด จัดการไอ้เฒ่านั่นซะ!”
ชิงอิ่งกระดกยาวิเศษดั่งดื่มน้ำเพื่อฟื้นฟูพลัง เมื่อจี๋ซ่านได้เห็นทั้งสองกระดกดื่มกินของวิเศษมากมายเช่นนั้น พลันยิ้มแหย ๆ …คนพวกนี้นี่มันอะไรกัน ?!
“จัดการ!” มู่เฉียนซีตะโกนก้อง เวลาเพียงชั่วพริบตา จี๋ซ่านถูกโจมตีจากทั้งสี่ทิศทาง
จวินโม่ซี ชิงอิ่ง และเสี่ยวหงไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเขา กอปรกับการโจมตีอย่างรวดเร็วของอู๋ตี้ จี๋ซ่านจึงตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากในทันใด
เสี่ยวหงกล่าวขึ้นก่อน “ดูวิชาลับของข้าหน่อยสิ เพลิงคลั่งเผาสวรรค์!”
เปลวเพลิงสีแดงเข้มลามไปทางเจ้าสำนักนิกายเพลิงไฟ เสี่ยวหงเข้าโจมตีอย่างเต็มแรง ร่างของชิงอิ่งกลายเป็นภาพเงาลวงตานับไม่ถ้วน
— ปัง! ปัง! ปัง! —
และโจมตีจี๋ซ่านอย่างต่อเนื่อง — ฟึ่บ! —
กรงเล็บแมวของอู๋ตี้คว้าคอจี๋ซ่านอย่างแรง แน่นอนจี๋ซ่านรีบหลบ หากแต่ใบหน้ากลับมีรอยกรงเล็บแมวเลือดซิบซึมอยู่สามรอย
“อ๊า!” เสียงร้องโหยหวนดังออกมา ใบหน้าของจี๋ซ่านเต็มไปด้วยเลือดสด ๆ
ในตอนนั้นเอง แสงจันทร์ส่องประกายบนกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง กระบี่ยาวเล่มนั้นพุ่งไปที่หน้าอกของจี๋ซ่าน
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไ