สูญเสียไปยังคงกลับเข้ามาในกระเป๋าของนางไม่น้อยเลย นี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงอย่างเด็ดขาด
หลังจากการประมูลจบลง ซวนหยวนหลี่ซางและซวนหยวนจือก็ไม่ได้ไปไหน แม้แต่ตระกูลโอวหยางและตระกูลอวิ๋นก็ยังอยู่ที่นั่น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยากเห็นชายหนุ่มโอหังคนนั้นที่อยู่บนห้องส่วนตัวชั้นห้าว่าเป็นใครกันแน่
“คุณชายมู่ ท่านต้องการ…” พ่อบ้านไป๋กําลังจะเอ่ยปากช่วย น้ำเสียงที่เยือกเย็นขัดจังหวะเขาไว้ก่อน
“ไม่จําเป็น”
จู่ ๆ จิ่วเยี่ย ก็อุ้มมู่เฉียนซีและเดินออกไป
ท่ามกลางสายตาที่จับตามองของทุกคน กลิ่นอายเย็นยะเยือกน่าหวาดกลัวพลันแผ่กระจายออกมา เมื่อพวกเขามองไป เห็นบุรุษผู้หนึ่งสวมหน้ากากสีดําสนิทราวกับเทพมารค่อย ๆ เดินลงมาจากชั้นบน
เยี่ยอ๋อง!
แต่เมื่อครู่ไม่ใช่เสียงของเยี่ยอ๋อง ม่านตาของพวกเขาหดเล็กลง ในที่สุดก็เห็นเด็กหนุ่มที่ดูมีเสน่ห์อยู่ในอ้อมกอดของซวนหยวนจิ่วเยี่ย
— ฟึ่บ! —
เมื่อเห็นใบหน้าอันน่าตื่นตะลึงนั้น ทุกคนต่างชะงักอ้าปากค้าง
คิ้วของเขางดงามราวภาพวาด ผิวเนียนดั่งหิมะ ขนตากระพือเล็กน้อยราวกับปีกผีเสื้อ ภายใต้ขนตาหนา ๆ นั้นมีดวงตาสีเขียวอ่อนที่ดูใสบริสุทธิ์และน่าเกรงขามซ่อนอยู่ ผมยาวสีเทาเขียวพาดร่วงลงจากแขนขององค์ชายเยี่ยราวกับผ้าไหมเนื้อดี สีดําเข้มและสีเขียวใสสะอาดพันกัน ช่างเป็นภาพที่งดงามสมบูรณ์แบบจริง ๆ
การรวมกันที่สมบูรณ์แบบของเทพมารและปีศาจ มีเสน่ห์เกินไปจนทําให้ผู้คนไม่สามารถละสายตาจ