วนจือ นางลืมไปเสียสนิทว่ามีผู้หนึ่งที่มีคุณสมบัติถึงมาตรฐานสองข้อนั้น น่าเจ็บใจนัก! ก่อนหน้านี้นางมองข้ามมาโดยตลอด จิ่วเยี่ยเป็นบุตรชายของฮ่องเต้หนังหน้าหนาแห่งแคว้นจื่อเยี่ย หากนางขัดพระราชโองการ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ซวนหยวนจือลงมือกับตระกูลมู่ได้อย่างชอบธรรม แม้ตอนนี้ความแข็งแกร่งของท่านอาเล็กจะอยู่ในระดับสามของจักรพรรดิลี้ลับแล้ว แต่นางก็ไม่ต้องการให้ตระกูลมู่ที่กว่าจะทำให้มั่นคงได้ต้องมาเผชิญความยากลำบาก นางจะไม่ยอมให้ตระกูลตนต้องมาเละเทะเพราะหมากเกมนี้ของราชวงศ์เด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม มันก็แค่การหมั้นหมาย นางเพียงต้องรับพระราชโองการไว้ก็พอแล้ว รอให้ซวนหยวนจือติดกับก่อน แล้วค่อยให้จิ่วเยี่ยมาจัดการแก้ปัญหาให้ก็จบ
มู่เฉียนซีรู้สึกสดใสขึ้นมาในทันที ‘เหอะ! ฮ่องเต้ซวนหยวนจือเอ๋ย ข้าจะปล่อยให้ท่านได้ใจไปสักพักก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวก็จะถึงคราวที่ท่านต้องร้องขอความเมตตาแล้ว!’
มู่เฉียนซีมองซวนหยวนจือ กล่าวว่า “ฝ่าบาททรงมีพระมหากรุณาธิคุณยากจะที่จะทดแทน มู่เฉียนซีขอรับพระราชโองการ”
ซวนหยวนจือยิ้ม “อย่างนี้สิ ถูกต้องแล้ว”
เกากงกงส่งพระราชโองการให้แก่มู่เฉียนซี แม้ว่าซวนหยวนหลี่ซางจะถูกมู่เฉียนซีปฏิเสธเสียจนสีหน้าซีดขาว ร่างกายเบาหวิวดูล่องลอยไร้วิญญาณ แต่เมื่อนึกได้ว่าพรุ่งนี้มู่เฉียนซีจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกต่อไป เขาก็รู้สึกตื่นเต้นกว่าใคร ๆ เขากอดมู่หรูเหยียนไว้ ปากก็กล่าวขึ้นเบา ๆ “หร