ูเหยียน ข้ารักเจ้ามาตลอด และต่อไปข้าก็จะรักเพียงเจ้าคนเดียว”
“อา… เหตุใดพระองค์ถึงได้ดีกับหรูเหยียนนัก” มู่หรูเหยียนนั้นซาบซึ้งใจเป็นที่สุด
แต่ซวนหยวนหลี่เทียนตกอยู่ในภาวะอารมณ์หม่นหมองไม่สบอารมณ์ เขารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านใจ อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกพระราชโองการนั่นออกเป็นชิ้น ๆ เสียจริง
สีหน้าของซวนหยวนชิงอวิ๋นยังคงสงบนิ่งราวรูปปั้นเหมือนดั่งก่อนหน้า เหมือนกับว่าการปะทะบาดหมางใจกันก่อนหน้านี้ ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับเขาแม้แต่น้อย
เยวี่ยเจ๋อมองมู่เฉียนซีพี่ใหญ่ตน ในใจพลันเจ็บแปลบ ๆ ขึ้นมา ดูเหมือนว่าตนกับมู่เฉียนซีจะห่างกันไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
ซวนหยวนจือกล่าวขึ้น “ซีเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้าหมั้นกับจิ่วเยี่ยแล้ว เช่นนั้นสินสอดทองหมั้นที่เจ้าเอาคืนไปก็ควรส่งกลับมาเพื่อเตรียมการสำหรับงานมงคลของพวกเจ้าทั้งสอง”
ผู้คนในที่นั้นล้วนแต่ขมวดคิ้วมุ่น ในที่สุดฝ่าบาทก็ขายบุตรชายไปจนได้ ตอนนี้ได้เวลาที่จะเก็บเงินแล้ว อันที่จริงการกระทำนี้จัดได้ว่าน่าไม่อายเหลือหลาย หนังใบหน้าไม่หนาจริงคงทำไม่ได้
มู่เฉียนซี “ขอฝ่าบาทโปรดวางใจ พรุ่งนี้ข้าจะเตรียมไว้ให้พร้อม รับรองว่าเพียงพอสำหรับประมูลยาจักรพรรดิหวงหลัวตานระดับเจ็ดแน่นอน ส่วนส่วนที่เหลืออยู่นั้น ตระกูลมู่ยังมีความจำเป็นต้องใช้มันอยู่”
“นั่นก็ดีแล้ว เพียงพอสำหรับซื้อยาหวงหลัวตานก็เพียงพอแล้ว” ซวนหยวนจือยิ้ม กล่าวอย่างพอใจ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างก้าวร้าว “ฝ่าบาททรงสนใ