จแต่สินสอดทองหมั้น โอรสของท่านคิดจะอภิเษกสมรสกับข้ามู่เฉียนซี กลับไม่มีสินสอดทองหมั้นเพียงพอให้ข้าบ้าง นี่มิใช่เป็นการดูถูกตระกูลมู่ของของข้าไปหน่อยรึ ?”
เมื่อก่อนนั้นหัวใจของมู่เฉียนซีทุ่มเทไปให้ซวนหยวนหลี่เทียนอย่างสุดตัว นางต้องการตบแต่งตนเข้าราชวงค์ซวนหยวนเพราะรักหลี่อ๋อง ไม่พูดเปล่า ยังขนเอาสินสอดทองหมั้นมากมายไปให้ทางราชวงศ์เป็นราคาสูงเสียดฟ้า และนางยังไม่เคยกล่าวถึงสินสอดที่ราชวงค์ควรมอบให้แก่ฝั่งนางเลย
เมื่อโอรสแห่งราชวงศ์จะแต่งงานทั้งที จะไม่มีสินสอดทองหมั้นให้ฝ่ายหญิงบ้างเลยได้อย่างไรกัน ?
ทุกคนในที่นั้นล้วนแต่กลั้นลมหายใจจนใบหน้าบ้างเขียวคล้ำบ้างดำแดง เดิมทีคิดว่าการที่ฝ่าบาททรงปะทะกับตระกูลมู่ในครั้งนี้ คงได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่แท้ กลับคาดไม่ถึงว่าในตอนสุดท้าย ผู้นำตระกูลมู่เองก็จะสวนกลับเอาคืนในแบบเดียวกัน
สินสอดทองหมั้นจากตระกูลมู่ไม่เล็กน้อยอย่างแน่นอน… ถ้าหากสินสอดทองหมั้นจากทางราชวงศ์มาแบบตระหนี่ถี่เหนียวละก็ มันคงจะดูไม่เข้าท่า
ซวนหยวนจือเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าวขึ้น “เหมืองวิญญาณแห่งเดียวในแคว้นจื่อเยี่ยของข้า ให้เป็นสินสอดแก่เจ้า เป็นเช่นไรล่ะ ?”
“ฝ่าบาท!”
โอวหยางจื่อโพล่งออกมา กรุ่นโกรธแทบลมจับ เขาอยากได้สิทธิ์ในการขุดหยกที่เหมืองวิญญาณแห่งนี้มาแต่ไหนแต่ไร ก็ไม่เคยได้รับสิทธิ์นั้น มาวันนี้ซวนหยวนจือจะยกเหมืองวิญญาณแห่งนั้นให้เป็นสินสอดแก่มู่เฉียนซี
มู่เฉียน