ซี “เช่นนั้นตกลง! พรุ่งนี้ตอนที่ข้านำสินสอดเข้ามาส่งมอบที่วังหลวง ขอให้ฝ่าบาทมอบโฉนดที่ดินของเหมืองวิญญาณให้แก่ลูกน้องของข้า วันนี้ข้ารู้สึกเหน็ดเหนื่อย เช่นนั้นขอตัวก่อน! มู่เฉียนซีถือพระราชโองการไว้ นางกลับออกไปโดยไม่สนใจสีหน้ายับยู่ยี่ของซวนหยวนจือ
“พี่ใหญ่!” เยวี่ยเจ๋อร้องเรียกก่อนจะตามนางออกไป
หลังจากออกจากวังหลวงมา มู่เฉียนซีก่นด่าอยู่บนรถม้า ไอ้จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์เอ๊ย! บังคับขายลูกชายหน้าด้าน ๆ แล้วยังมีการเปลี่ยนผู้ที่จะถูกขายอีก เล็งเป้าที่ข้านักนะ อยากตายรึอย่างไร ?!”
เยวี่ยเจ๋อจ้องมองมู่เฉียนซี “ไม่เป็นไรนะพี่ใหญ่”
มู่เฉียนซี “อืม ข้าไม่เป็นไร วันดี ๆ ของเขานั้นเหลืออีกไม่มากหรอก หากเขาอยากเล่นกับข้านัก ข้าก็จะเล่นเป็นเพื่อนเขาเอง ข้าแค่ไม่ชอบการที่เขาขายบุตรชายอย่างไร้ยางอายเท่านั้น”
เมื่อมู่เฉียนซีกลับมาถึงจวนตระกูลมู่ก็พบว่าจิ่วเยี่ยยืนอยู่ในห้องของนาง ภายใต้แสงจันทร์ส่องเป็นประกาย ร่างสูงยาวกอปรกับเงาที่ทอดจากร่างจิ่วเยี่ยลงมานั้นดูมีเสน่ห์อย่างหาที่เปรียบมิได้ ดวงตาสีฟ้ายังคงเยือกเย็นอย่างเคย เขามองมาที่นาง กล่าวขึ้น “เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า เป็นว่าที่ชายา”
มู่เฉียนซีพึมพํา “ซวนหยวนจือประกาศพระราชโองการเร็วเสียเหลือเกิน เหอะ!”
“จิ่วเยี่ย เจ้าอย่าได้คิดจริงจังกับพระราชโองการนั้นเลย ซวนหยวนจือขายบุตรชายตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าเองเพิ่งเคยเจอฮ่องเต้ประเภทนี้เป็นคร