ี้ แน่นอนว่าของขวัญเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะนำเอามาประมูลยาจักรพรรดิหวงหลัวตานได้ แต่เขาก็พอจะมีวิธีรับมืออื่นอยู่
……
มู่อวู่ซวงกล่าวถาม “ซีเอ๋อร์ ครานี้ให้ข้าเข้าวังหลวงไปเป็นเพื่อนเจ้าไหม ?”
แม้คราก่อนที่มู่เฉียนซีได้เข้าวังหลวงไป ได้นำทรัพย์สมบัติล้ำค่ากลับมามากมาย อีกทั้งยังสามารถทำให้ซวนหยวนจือโกรธจนกระอักเลือดสามระลอกได้ ทว่ามันก็เสี่ยงไม่น้อยเลย การเข้าวังหลวงในครานี้ ย่อมมีความเสี่ยงไม่น้อยเฉกเช่นในครานั้น
มู่เฉียนซี “ท่านอาวางใจได้ คราก่อนข้าเอาสมบัติทั้งคลังของฮ่องเต้มาจนทำให้ฮ่องเต้กระอักเลือดอย่างน่าสังเวช อีกทั้งยังฉวยเอาสมุนไพรวิญญาณของราชสำนักมาได้ทั้งสวน ไม่มีอะไรต้องกังวล ครานี้คนเหล่านั้นคงมิกล้ายั่วโมโหข้าแล้ว”
ใกล้ถึงเวลาเข้าวัง เยวี่ยเจ๋อก็มารอนางที่หน้าประตูจวน ครานี้ทั้งสองเข้าวังไปด้วยกันเช่นเคย เมื่อได้เวลาเข้าวังหลวง ทั้งสองได้เจอกับตระกูลโอวหยาง
มู่เฉียนซีโบกมือ กล่าวด้วยรอยยิ้มติดจะขี้เล่น “ท่านผู้นำตระกูลโอวหยาง ช่วงนี้สบายดีหรือไม่ ?”
โอวหยางจูได้ยินคำทักทายนาง พลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแทบจะพุ่งเข้าไปฆ่านางเสียตรงนั้น นางจงใจยั่วโทสะเขาชัด ๆ
ทรัพย์สินของตระกูลสูญเสียจนแทบไม่มีเหลือ บุตรชายคนเล็กโดนทำร้ายอย่างน่าสังเวช น้องชายโดนนางฆ่าตาย อีกทั้งยังส่งศพมาเยาะเย้ยถึงจวนเช่นนี้เขาจะสบายดีได้อย่างไร ?
“ข้าสบายดี ผู้นำตระกูลมู่อย่าได้ห่วงเลย” คำพูดของโอวหยาง